Thursday, August 5, 2010

เค้กแอ๊บเปิ้ลสตรอยเซล : Apple Streusel Cake


สวัสดีค่า หายหน้าหายตาไปเดือนกว่าๆ  ตอนนี้กลับมาประจำการเหมือนเดิมแล้วจ้า ที่หายไปก็กลับไปเที่ยวเมืองไทยมาเหมือนทุกปีน่ะค่ะ แต่ปกติจะกลับไปหน้าหนาว ปีนี้เป็นปีแรกที่กลับไทยช่วงหน้าร้อน แทบเอาชีวิตไม่รอด (ปานนั้นเลย 55) ร้อนมากถึงมากที่สุด ร้อนเหมือนอยู่ในเตาอบ ทรมานจริงๆ วันนึงอาบน้ำหลายรอบมากๆ นี่ขนาดไม่ได้กลับช่วงเมษา-พฤษภานะเนี่ย

ว่าแต่เรื่องสนุกๆ ก็มีนะคะ คือตอนอยู่ที่โน่นได้มีโอกาสได้ทำนาด้วยค่ะ 2 ชม. เต็มๆ ตอนเย็นหลังจากที่คนงานเลิกทำแล้ว ถ่ายรูปตอนทำนามาโชว์ด้วย ร่วมกัน 3 แรงแข็งขันกับน้องสาวและหลานสาว ตอนนั้นฝนตกปรอยๆ ด้วย มีรุ้งกินน้ำขึ้น 2 วงสวยงามแจ่มชัดมากๆ สนุกสนาน เลอะเทอะไปตามๆ กัน พอวันรุ่งขึ้นก็ได้เรื่อง ปวดแขนปวดขาน่าดูชมเลย แต่ก็สนุกมากๆ เหมือนกันค่ะ ฝรั่งตาน้ำข้าวที่ไปด้วยก็ยิกๆ อยากลงไปทำบ้างแต่บังเอิญนิ้วเท้าหักเข้าเฝือกอ่อนอยู่เลยอด บ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย 55

ระหว่างอยู่เมืองไทยข่าวว่ายุโรปร้อนตับแตกที่สุดในรอบ 60 ปี ยังกังวลอยู่เลยว่านี่เราจะต้องหนีร้อนมาพึ่งร้อนเหรอเนี่ย แต่พอกลับมาถึงจริงๆ ก็ค่อยยังชั่วหน่อย วันที่มาถึงเป็นวันแรกที่อากาศดีมากๆ จากเกือบๆ 40 องศา ลดเหลือแค่ 26 องศา ทุกวันนี้อุณหภูมิสูงสุดก็อยู่ที่ 25-28 องศาเซลเซียส กำลังสบายเลยค่ะ มีความสุข ลั่นล้าน่าดู อ้อ.. คอมเมนท์และคำถามต่างๆ ที่เพื่อนๆ ฝากไว้ระหว่างที่เราไม่อยู่จะค่อยๆ ทยอยตอบให้นะคะ  เยอะแยะหลายบล็อกเลย หากตอบช้าไปบ้างก็อย่าเคืองเน้อ

มาเข้าเรื่องเลยเนอะ เค้กแอ๊บเปิ้ลสตรอยเซลนี้เราทำไว้ตั้งแต่ก่อนกลับเมืองไทยค่ะ แต่ตอนนั้นยุ่งๆ เลยต้องหมกสูตรไว้จนถึงตอนนี้แหละ สูตรนี้เราชอบมากๆ เลย ลองผิดลองถูกมาตั้งนาน ดีนะที่จดส่วนผสมคร่าวๆ ไว้ ไม่งั้นลืมหมดแน่ๆ  มาดูสูตรกันนะคะ

ส่วนผสมฐานเค้ก
ส่วนยีสต์
  • แป้งอเนกประสงค์ 120 กรัม
  • ยีสต์สด 6 กรัม (ยีสต์แห้ง 2 กรัม)
  • นมสด 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 15 กรัม
  • เนยสดละลาย 20 กรัม
วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทุกอย่างในอ่างผสมแล้วใช้ไม้พายคนจนส่วนผสมจับตัวกัน จากนั้นใช้เครื่องตีหัวเกลียวนวดจนแป้งเนียนมือและหลุดจากขอบอ่างอย่างง่ายดาย รวบเป็นก้อนกลมพักไว้ก่อนค่ะ

ส่วนครัสท์
  • แป้งอเนกประสงค์ 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 20 กรัม
  • ผงฟู 1/4 ชช.
  • เนยสด 30 กรัม
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1/3 ชช.
วิธีทำ ใส่ส่วนผสมทุกอย่างในอ่างผสมแล้วนวดด้วยปลายนิ้วจนส่วนผสมเข้ากันและมีลักษณะเป็นเม็ดๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่ว จากนั้นใส่แป้งยีสต์ลงไปนวดให้เข้ากันค่ะ  เสร็จแล้วก็นำพิมพ์กลมขนาด 23 ซม. (9") มาทาเนยบางๆ ให้ทั่วโรยแป้งหรือขนมปังป่นบางๆ ให้ทั่ว แล้วเคาะพิมพ์เบาๆ เพื่อให้เศษแป้งส่วนเกินหลุดออกค่ะ

เมื่อเตรียมพิมพ์เรียบร้อยแล้วก็นำแป้งมาคลึงบางๆ ให้มีขนาดใหญ่กว่าฐานพิมพ์ประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นก็นำไปคลึงใส่พิมพ์ ใช้ปลายนิ้วกดเบาๆ ให้ติดพิมพ์ แล้วใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วพิมพ์ค่ะ


ส่วนผสมแอ๊บเปิ้ล
  • แอ๊บเปิ้ลเปรี้ยว 3 ลูกใหญ่
  • น้ำมะนาว 1 ชต.
  • น้ำสะอาด 1 ชต.
  • น้ำตาลทราย 1 ชต.
  • อบเชยป่น 1/4 ชช.
 

วิธีทำ ปอกเปลือกแอ๊บเปิ้ลตัดแกนออกแล้วหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1/2 ซม. ใส่หม้อขนาดย่อมๆ ใส่น้ำมะนาว น้ำสะอาด น้ำตาลและอบเชยป่นลงไป นำหม้อตั้งไฟกลาง ปล่อยให้เดือดประมาณ 3 นาที แล้วปิดไฟ สะเด็ดน้ำ พักไว้ให้เย็นค่ะ

ส่วนผสมหน้าสตรอยเซล
  •  แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • เนยสด 80 กรัม
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1/2 ชช.
  • อบเชยป่น 1 หยิบมือ (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
 วิธีทำ  ใส่ส่วนผสมทุกอย่างในอ่างผสม ใช้ปลายนิ้วนวดจนส่วนผสมจับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ

ส่วนผสมตัวเค้ก
  • แป้งเค้ก 160 กรัม
  • ผงฟู 1 1/2 ชช.
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 90 กรัม
  • เนยสดนุ่มๆ 100 กรัม
  • นมสด 50 กรัม
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1 ชช.
วิธีทำ  


อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส ร่อนแป้งรวมกับผงฟูและเกลือ พักไว้ 

นำเนยใส่อ่างผสมและตีด้วยความเร็วต่ำจนเนยเนียน เปลี่ยนเป็นความเร็วกลางแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไปตีรวมกับเนยทีละนิดจนน้ำตาลหมด แล้วเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดตีต่อไปเรื่อยๆ เนยกลายเป็นครีมฟูเบาสีขาวนวล ใช้เวลาตีประมาณ 5-6 นาทีค่ะ 

ใช้ไม้พายปาดรอบขอบอ่างแล้วตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง ตีต่อด้วยความเร็วกลางจนไข่กับเนยเข้ากันดี ใช้เวลาตีประมาณ 1 นาทีค่ะ เมื่อเข้ากันดีแล้วก็ตอกไข่อีกฟองใส่ลงตีให้เข้ากันดีอีกครั้ง ส่วนผสมจะมีลักษณะเป็นครีมเนียน เนยกับไข่ไม่แยกตัวกันค่ะ อย่าลืมปาดขอบอ่างด้วยนะคะ เสร็จแล้วก็ใส่วานิลาลงไปตีให้เข้ากันค่ะ  

จากนั้นแบ่งประมาณ 1/3 ของส่วนผสมแป้งลงไปตีด้วยความเร็วต่ำสุดรวมกับส่วนผสมเนยแค่พอเข้ากัน แล้วใส่ 1/2 ของนมลงไปตีรวมกัน ทำสลับกันอย่างนี้จนส่วนผสมหมด (รวมแล้วแบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน นม 2 ส่วน เริ่มด้วยแป้งจบด้วยแป้งนะคะ) ย้ำว่าต้องตีด้วยความเร็วต่ำสุด ใช้เวลาตีแป๊บเดียว เอาแค่พอเข้ากันกับส่วนผสมอื่นก็พอ ไม่งั้นน้องเค้กจะทั้งหนักทั้งแน่นเชียวค่ะ  


แบ่ง 1/2 ของแป้ง ตักใส่พิมพ์แล้วเกลี่ยให้เรียบ จากนั้นแบ่งแอ๊บเปิ้ลที่หั่นเตรียมไว้มาครึ่งหนึ่ง นำมาเรียงบนแป้งให้ทั่วค่ะ เสร็จแล้วโปะด้วยส่วนผสมแป้งที่เหลือทั้งหมดใส่บนแอ๊บเปิ้ล เกลี่ยแป้งกลบแอ๊บเปิ้ลให้เรียบทั่วถึงกัน แล้วก็นำแอ๊บเปิ้ลส่วนเหลือวางเรียงให้สวยงามทั่วพิมพ์ค่ะ แล้วโรยหน้าด้วยสตรอยเซลให้ทั่ว  

วางพิมพ์ตรงชั้นกลางของเตา อบ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 60 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก ทดสอบโดยใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มตรงกลางเค้ก หากไม่มีเศษแป้งติดไม้มาแสดงว่าสุกแล้วค่ะ  


นำเค้กออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็นตัวประมาณ 5-10 นาทีแล้วจึงนำออกจากพิมพ์ พักไว้บนตะแกรงให้เย็นค่ะ


เมื่อเค้กเย็นแล้วก็ตัดทานเลยค่ะ ฐานเค้กที่โปร่งๆ กรอบๆ บวกเนื้อเค้กนุ่มๆ หอมเนย ผสมผสานกับเนื้อแอ๊บเปิ้ลเปรี้ยวๆ หวาน แล้วยังได้ความกรุบกรอบของสตรอยเซลเพิ่มเข้าไปอีก ทานตอนอบใหม่ๆ นี่อร่อยได้ใจจริงๆ ค่ะ


ถ้ารักน้องเปิ้ล ชอบน้องเปิ้ลก็ลองทำดูนะคะ  ขอให้อร่อยกันถ้วนหน้าค่ะ ใครขี้เกียจทำก็นี่เลย ตักป้อนให้ด้วย อิอิ


17 comments:

Anonymous said...

HELLO
มีคําถามนะคะ คือเวลาตวงนมเป็นกรัม จะกะอย่างไรเพราะไม่มีที่ตวงเป็นกรัมสํารับนมนะคะ บางทีต้องกะเอาเองช่วยแนะนําด้วยคะ และต้องขอขบคุณสําหรับสูตรอร่อยๆที่นํามาเสนอ ลองทําแล้วแฟนชอบมากเลย แต่บางทีที่ฝรั่งเศสไม่รู้เขาเรียกะไรคืออยากทํา cheescake แต่ตัว chesse ยังหาไม่ไ้ด้เลยถ้าเป็นเมืองไทยเคมักใช้chesse filadelfia ขอบคุณคะ
kk

Vava said...

สวัสดีค่ะ เรื่องน้ำหนักของนมสดเนี่ย หากไม่มีตาชั่งดิจิตอลก็ใช้ตวงเป็นมิลลิลิตรได้ค่ะ น้ำหนักต่างกันแค่ 2-3 กรัมเท่านั้นเอง เช่นถ้าสูตรบอกนมสด 50 กรัม = นมสด 50 มิลลิลิตรค่ะ ส่วนเรื่องชีสเค้ส ถ้ามีครีมชีสฟิลาเดลเฟียก็ใช้ได้เลยค่ะ หากไม่มีก็ใช้ Quark แทนได้เช่นกันค่ะ ปกติเราใช้คว๊วกตลอด ไขมันต่ำกว่า อ้วนน้อยกว่าค่ะ อิอิ

Anonymous said...

สวัสดีคะคุณอุ้ย แฮ่ะๆหายไปนานพอควรช่วงนี้ยุ่งคะ เห็นเค้กแล้วน้ำลายไหลแบบนี้ต้องลองทำ

Vava said...

หวัดดีค่า คุณอุ๋มรึเปล่าจ๊ะเนี่ย ไม่ได้คุยกันนานเลยเนอะ คุณอุ๋มสบายดีใช่มั้ยจ๊ะ

Anonymous said...

ว้าว คุณอุ้ยกลับมาพร้อมขนมอร่อย ๆ ลองทำขนมและอาหารตามคุณอุ้ยหลายสูตรแล้วอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ ต้องบอกว่าขอบคุณสำหรับสูตรอาหารอร่อย นะคะ

Phalaenopsis said...

กลับมาแล้วเหรอคะ เอาเค้กหน้าตาดีมาฝากอีกแล้ว

Vava said...

* ขอบคุณมากค่า อ่านแล้วอารมณ์ดีก่อนนอน สงสัยคืนนี้ฝันดีแหง๋มๆ อิอิ

** กลับมาแล้วค่าพี่กุ๊ก เค้กนี้หน้าตาก็งั้นๆ แต่รสชาติอร่อยมากเลยจ้า ไม่เชื่อพี่กุ๊กลองสิคะ อิอิ ว่าแต่พี่กุ๊กสบายดีใช่มั้ยคะ ไว้อุ้ยโทรหานะคะ

bameekai said...

ติดตามบล๊อคมานานแล้วค่ะ สูตรดีมากๆ ทำตามแล้วเวิร์คมากค่ะ
พรุ่งนี้จะลองทำเค้กแอปเปิ้ลสตรอยเซลมั่ง ตัวฐานพายนี่ต้องอบก่อนรึเปล่าอะคะ?

Vava said...

ขอบคุณค่ะคุณบะหมี่ไก่ ฐานของเค้กไม่ต้องอบก่อนค่ะ อบไปพร้อมๆ กันทีเดียวเลยค่ะ

Anonymous said...

ขอบคุณสำหรับสูตรนะคะ แฟนหวานเป็นคนเยอรมัน รู้จักเค้กนี้มานาน แฟนบอกว่าไม่ชอบทาน แต่หวานอยากลองทานดู เลยลองนำสูตรไปทำ ผลสรุป แฟนที่บอกว่าไม่ชอบทาน ทานคนเดียวครึ่งถาด เธอบอกว่า เป็นแอปเปิ้ลสตรอยเซลที่อร่อยที่สุด ที่เคยกินมา โห ปลื้มคะปลื้ม ครั้งหน้าจะลอง พลัมสตรอยเซลนะคะ ขอบคุณสูตรอร่อยมากๆค่ะ รวมถึง ขอบคุณสูตรซาลาเปาอร่อยๆด้วยคะ^^ จะขอเป็นแฟนบล๊อกและติดตามตลอดไปค่ะ ปล.แอบเปิ้ลสตรอยเซลทานกับไอศกรีมวนิลา อร่อยจนเหาะได้เลยค่ะ ^^

Vava said...

คุณหวานจะทำให้ปลื้มไปไหนคะเนี่ย อ่านแล้วยิ้มแก้มแตกเลย ว่าแต่อย่าเหาะไปไกล
เกินไปนะคะ เดี๋ยวหาพิกัดกลับบ้านไม่ถูก ฮี่ๆ

Anonymous said...

ตามมาหาสูตรแอ็ปเปิ้ลๆอีกแล้วค่ะ

นารีเองค่ะ

Vava said...

คุณนารีมีแฟนชื่อแอ๊บเปิ้ลป่าวคะเนี่ย อิอิ

Anonymous said...

อิอิ ก้อชอบนี่คะ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำเลยค่ะ หลายขั้นตอนนะคะเนี่ย

นารีค่ะ

Vava said...

ดูเหมือนยุ่งยาก แต่เวลาทำจริงๆ แป๊บๆ เองจ้ะคุณนารี

Sara said...

เข้ามาแอบอ่าน แอบหัดทำไปบางสูตร ต้องขอบอกว่าอร่อย ติดใจกันทั้งบ้านค่ะ โดยเฉพาะคุณสามี กลัวอ้วนก็กลัว แต่ทนความหอมยั่วใจไม่ไหวซักที ต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะที่มาแบ่งปันกัน คุณสามีชอบชื่อบล็อกมาก น่ารักน่าเอ็นดู มากๆค่ะ

Sureerat Kranwong said...

สูตรนี้ก็อร่อยมากทำไปสองครั้งแล้วค่ะ ปกติเป็นคนไม่ชอบทานขอยืนยันเลยค่ะว่าอร่อย เพื่อนทานแล้วก็ชอบเหมือนกัน ลองไปหลายสูตรแล้วอร่อยทุกสูตร แต่ตอนนี้คงต้องหยุดทานก่อนค่ะเพราะภูมิแพ้กำเริบ พอลองหยุดอาหารพวกแดร์ลี่ แป้งสาลี และก็เนื้อสัตว์ แล้วอาการดีขึ้นมากเลยค่ะ แต่ก็เสียดายที่ต้องหยุดทาน แต่ไม่หยุดทำค่ะเพราะสามีชอบทาน ทุกสูตรจากบล็อกนี้ที่ลองทำเขาชมเปาะทุกสูตรเลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งค่ะ ขอเป็นแฟนพันธุ์แท้ของบล็อกนี้ตลอดไปค่ะ