Translate

Monday, June 24, 2013

สตรอว์เบอรี่มูสเค้ก : Strawberry Mousse Cake


เมื่อวานไปเก็บสตรอว์เบอรี่มา ลูกใหญ่เบิ้ม หอม หวานมากๆ อดใจไม่ไหวเลยทำสตรอว์เบอรี่มูสเค้กไปฝากพ่อกับแม่หน่อย ใช้คุณปู้จายขับรถเอาไปให้แม่ พนักงานส่งสินค้ายังกลับไม่ถึงบ้านเลย พ่อกับแม่โทรมา ไม่พูดไม่จาแต่ทำเสียงจิ๊บจั๊บ อื้อๆ เพื่อบอกให้รู้ว่ากำลังกินเค้กอยู่ และอร่อยมาก 55 พ่อกับแม่น่ารักอ่ะ

ภาพวิธีทำมีไม่ครบนะคะ แถมยังเป็นรูปที่รวมจากการทำคนละครั้งด้วย หลงๆ ลืมๆ บางขั้นตอนถ่ายไว้ บางขั้นตอนก็เพลินจนลืม ขอโทษทีนะคะ  

ส่วนผสมตัวเค้ก สำหรับสปริงฟอร์มขนาด 20 ซม. 
  • แป้งเค้ก 65 กรัม
  • ผงฟู 1 ชช.
  • น้ำตาลทราย ก. 50 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง (แยกขาว-แดง)
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • น้ำตาลทราย ข. 20 กรัม
  • นมสด 45 กรัม
  • น้ำมันพืช 30 กรัม
  • น้ำมะนาว 1/2 ชต.  
  • กลิ่นมะนาว 1/2 ชช.
วิธีทำ  ตัดกระดาษไขรองก้นพิมพ์ แล้วอุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียสเลยค่ะ


ร่อนแป้งกับผงฟูและน้ำตาลทราย ก. ใส่อ่างผสมรวมกัน แล้วทำบ่อตรงกลางแป้ง จากนั้นหันตีไข่ขาวกับเกลือป่นด้วยความเร็วต่ำให้ฟู แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลทราย ข. ทีละน้อย จนน้ำตาล หมดเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุด  ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อนเกือบแข็งและไข่มีฟองที่ละเอียดมากค่ะ 

ใส่ไข่แดง นมสด น้ำมันพืช น้ำมะนาว และกลิ่นมะนาวลงในบ่อแป้ง ใช้ตะกร้อมือคนเร็วๆ ให้แป้งเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ก็หยุด (คนแค่แป๊บเดียวนะคะ ไม่เกิน 5 วินาที ถ้าคนนานแป้งจะเหนียวและเกาะกันเป็นปื้นค่ะ) เสร็จแล้วนำไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดแล้วมาผสมกับส่วนไข่แดง โดยแบ่งใส่สองครั้ง ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ เสร็จแล้วเทใส่พิมพ์ เกลี่ยให้เรียบเสมอกันแล้วเคาะพิมพ์กับพื้นโต๊ะเบาๆ 1 ครั้ง เพื่อไล่อากาศ  

นำเข้าเตาอบ อบไฟบน-ล่างประมาณ 20 นาทีค่ะ ทดสอบเค้กโดยใช้นิ้วแตะผิวเค้กเบาๆ ถ้าเค้กสปริงตัวไม่ทิ้งรอยไว้ก็แสดงว่าสุกแล้วค่ะ หรือใครจะใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มตรงกลางเค้ก หากไม่มีแป้งติดมาก็โอเคค่ะ 

เมื่อเค้กสุกแล้วก็นำออกจากเตาอบ เอาเค้กออกจากพิมพ์ทันที วางไว้บนตะแกรง พักให้เย็นอุณหภูมิห้องแล้วสไลด์เค้กเป็น 2 แผ่นเท่าๆ กันค่ะ จากนั้นนำเค้ก 1 แผ่นไปวางบนจานรองเค้ก แล้วครอบด้วยริงฟอร์มสำหรับมูสเค้ก หรือใครจะใส่สปริงฟอร์มก็ได้ค่ะ แต่ปูพลาสติกรองหน่อยก็ดี เวลาเคลื่อนย้ายเค้กจะได้ทำได้ง่ายๆ อ้อ... นำสตรอว์เบอรี่มาล้างให้สะอาด ใช้กระดาษซับน้ำให้แห้งแล้วฝานเป็นชิ้นวางเรียงรอบขอบพิมพ์ด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มรสชาติและความสวยงามค่ะ

ส่วนผสมซอสสตรอว์เบอรี่
  • สตรอว์เบอรี่ 300 กรัม
  • น้ำตาลทราย 20 กรัม
  • เจลาติน 3 แผ่น
วิธีทำ แช่เจลาตินในน้ำเย็น แล้วทิ้งไว้ให้นิ่มประมาณ 10 นาที ปั่นสตรอว์เบอรี่กับน้ำตาลทรายให้ละเอียดแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟสูงประมาณ 1 นาทีให้ร้อนแต่ไม่เดือด แล้วนำออกมาใส่เจลาตินที่นิ่มแล้วลงไปคนจนเจลาตินละลายหมด แบ่งซอสสตรอว์เบอรี่ 100 กรัมใส่ถ้วยพักไว้ในตู้เย็น ที่เหลือพักไว้นอกตู้เย็นค่ะ

ส่วนผสมมูสเค้ก 
  • Quark (Soft cream cheese) 250 กรัม
  • น้ำมะนาว 1 ชต.
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม
  • เจลาติน 4 แผ่น
  • วิปปิ้งครีม 250 กรัม
วิธีทำ  

แช่เจลาตินในน้ำเย็นไว้ประมาณ 10 นาทีให้นิ่ม ใส่คว๊าร์ค น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายในอ่างผสม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน พักไว้ก่อน เมื่อเจลาตินนิ่มดีแล้วก็เทน้ำเย็นออกให้หมด แล้วเติมน้ำร้อน(แต่ไม่เดือด) 1 1/2 ชต. ลงไป คนให้เจลาตินละลายหมด เทใส่อ่างครีมชีสโดยคนตลอดเวลาที่เทเจลาตินเพื่อให้ส่วนผสมเนียนเข้ากันดีและเจลาตินไม่จับตัวเป็นก้อนค่ะ 


ตีวิปปิ้งครีมจนเป็นครีมข้นแล้วนำมาตะล่อมกับส่วนครีมชีสให้เข้ากันดี (เราแอบแบ่งครีม 2-3 ชต.ไว้แต่งหน้าด้วย) ปาด 1/4 ของส่วนผสม ใส่บนเค้กที่ครอบพิมพ์ไว้ แล้วนำซอสสตรอว์เบอรี่ที่อยู่ในตู้เย็น (เราแบ่งซอสไว้ประมาณ 1 ชต.  สำหรับทำลายแต่งหน้า) ออกมาเทใส่บนครีมสีขาว โดยเว้นขอบไว้ประมาณ 1 ซม. แล้วแบ่งอีก 1/4 ของครีมใส่ถุงบีบ บีบครีมกลบซอสให้ทั่ว นำพิมพ์พักในตู้เย็นก่อน แล้วเราไปทำมูสสตรอว์เบอรี่กันค่ะ


เทซอสสตรอว์เบอรี่ 200 กรัมที่พักไว้นอกตู้เย็นใส่ส่วนผสมครีมชีสที่เหลือ คนให้เข้ากันดี นำพิมพ์เค้กออกจากตู้เย็น แล้วเท 1/4 ของส่วนผสมมูสสตรอว์เบอรี่ให้กลบครีมสีขาว วางเค้กอีกแผ่นทับลงไป แล้วเทมูสส่วนที่เหลือทั้งหมดลงบนเค้ก นำเค้กเข้าตู้เย็นประมาณ 10 นาที 

นำเค้กออกมาจากตู้เย็น ตักซอสสตรอว์เบอรี่ 1 ชต. ที่เราแบ่งไว้แต่งหน้าลงไปเป็นหย่อมๆ แล้ววาดลายตามชอบ นำครีมสีขาวที่แบ่งไว้ใส่ถุงบีบทำลายที่ขอบ จากนั้นนำเค้กไปแช่เย็นไว้อย่างน้อย 6-8 ชม. ค่อยนำออกมาแต่งหน้าก่อนเสิร์ฟค่ะ


 

มูสเค้กสูตรนี้เล่นเอาคุณพ่อบ้านที่ปกติไม่ชอบบรรดาเค้กตระกูลมูสติดอกติดใจเลยค่ะ หน้าตาเค้กอาจจะบูดๆ เบี้ยวๆ และขาดความประณีตไปสักนิด ฝีมือตัดเค้กอาจจะย่ำแย่ไปสักหน่อย แต่รสชาติอ่ะซู้ดยอดค่ะ คนข้างๆ รับประกัน โผ้มม่ายได้โม้!



ไม่รับสักชิ้นเหรอคะ แบ่งๆ กันอ้วนค่า อิอิ  ลากันด้วยรูปนี้เลยนะคะ ใครลองทำก็ขอให้ออกมาสวยๆ อร่อยๆ กันทุกคนนะคะ


29 comments:

  1. สูตรนี้ของคุณอุ้ยอร่อยจริง ๆ ด้วยค่ะ ลองทำไปให้หลายๆ คนชิมก็ติดใจไปตาม ๆ กัน ขอบคุณสำหรับสูตรอร่อย ๆ นะคะ

    ReplyDelete
  2. ดีใจ เอ๊ย ดีใจจัง อิอิ ขอบคุณมากนะคะที่บอกให้ชื่นใจ

    ReplyDelete
  3. น่ากินจังเลยยค่ะ
    เปิดเข้ามา
    หัวใจจะวายย

    :D

    ReplyDelete
  4. สวัสดีค่ะคุณอุ้ย เจ้าของ blog.. ชืื่อ ปิ๋ม U.S.A. ค่ะ เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่วันนี้เองค่ะ..สามีเป็นคนเจอ blog แล้วเอามาให้ดูค่ะ ขอบอกว่าตื่นตา ตื่นใจกับรูปใน blog มากค่ะ ..ขอประเดิมสูตรนี้ให้หนูทดลองที่บ้านเป็นรายการแรกเลยนะคะ แล้วจะกลับมาเล่่าให้ฟังค่ะ ขอบคุณมากค๊าาา ^_^

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอบช้ามากกๆๆๆ ผ่านไปเกือบปีเพิ่งเห็นเม้นท์คุณปิ๋ม ขอโทษด้วยนะคะ
      ตกลงได้ลองทำรึยังคะเนี่ย

      Delete
  5. คว๊ากในเมืองไทยหายาก ถ้าไม่มีใช้ครีมชีสปกติได้มั้ยคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช้โยเกิร์ตธรรมชาติหรือซาวครีมแทนก็ได้ค่ะ

      Delete
  6. รบกวนถามวิธีอบเค้กนิดนึงคะ เวลาอบวางพิมพ์บนตะแกรงชั้นที่เท่าไหร่นับจากล่างขึ้นบนคะ แล้วเราต้องใส่ถาดรองสีดำไว้ใต้ตะแรงอีกชั้นรึเปล่าคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอนอบเค้กก็วางพิมพ์เค้กไว้ที่ตะแกรงชั้น 2 จากล่างค่ะ แล้วก็ไม่ต้องมีถาดรองไว้ใต้ตะแกรงค่ะ

      Delete
  7. หิววววววเลย 555

    ReplyDelete
  8. น่าทาน และสวยงามมากเลยค่ะ

    ReplyDelete
  9. สวัสดีค่ะคุณอุ้ยภัทรคะจะรีบไปทำงานแล้วคะ เมื่อเช้านี้ภัทรทิ้งไข่ไปสี่ใบแล้วคะ ตีเค้กไม่ได้เลยคะรอบแรกเอวคอดกิ่วเหมือนรัดเข็มขัดเลยพอตัดออกมาข้างในเป็นไตๆหมดเลยแต่ขอบๆๆอร่อยมาก เลยตีอีกรอบก็ยังเป็นไตอีก เป็นเพราะอะไรคะ ฮอตทำตั้ง4ชั่วโมง ไปแล้วค่ะขอบคุณอีกครั้งคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. คุณภัทรคะ ปัญหาอาจมาจาก

      - การแยกไข่ขาว-แดง ล้างไข่ให้สะอาด แล้วแยกไข่ขาวจากไข่แดงโดยห้ามให้มีเศษเปลือกไข่
      หรือมีไข่แดงติดส่วนไข่ขาวมาโดยเด็ดขาด หากตอกไข่แล้วไข่แดงแตกอันใช้ไม่ได้ค่ะ เก็บไว้
      ทำไข่เจียวเลย (ถ้าใช้ไข่สดใหม่ปัญหานี้จะไม่เกิดค่ะ) ถ้ายังแยกไข่ไม่เก่งก็ใช้วิธีตอกไข่ใส่ถ้วย
      ล้างมือให้สะอาดแล้วใช้มือช้อนไข่แดงออกจากไข่ขาวก็ได้ค่ะ

      - อ่างที่ใช้ตีไข่ขาวพร้อมทั้งหัวตีต้องห้ามมีไขมันติดเด็ดขาด ล้างให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งก่อนใส่
      ไข่ขาวลงไปค่ะ

      - ร่อนแป้ง+น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) + ผงฟู ลงในอ่างผสมแล้วทำบ่อตรงกลาง ผสมไข่แดง นมสด
      น้ำมันพืช น้ำมะนาว และกลิ่นมะนาวรวมกันในอ่างใบเล็ก คนแค่พอเข้ากันแล้วเทลงในบ่อแป้ง ใช้
      ตะกร้อมือคนเร็วๆ ให้แป้งเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ ไม่เห็นแป้งเป็นเม็ดๆ ก็หยุดค่ะ ขั้นตอนนี้ต้องใช้
      ตะกร้อมือคนเร็วๆ เลยนะคะ คนแค่แป๊บก็เข้ากันแล้วค่ะ ถ้าคนนานพออบแล้วเนื้อเค้กจะเหนียวและ
      เกาะกันเป็นปื้นค่ะ)

      - เมื่อตีไข่ขาวตั้งยอดแล้วก็นำมาตะล่อมให้เข้ากับส่วนไข่แดง อุ้ยใช้ตะกร้อมือตะล่อมให้พอเข้ากัน
      ก่อน แล้วสุดท้ายก็ใช้พายยางกวาดไปที่ก้นอ่างพับตลบขึ้นด้านบนเพื่อให้แน่ใจว่าส่วนผสมเข้ากันดี
      แล้วและไม่มีส่วนผสมจมค้างอยู่ที่ต้นอ่างค่ะ ขั้นตอนนี้ต้องทำเบามือแล้วเร็วนิดนึงเพื่อรักษาฟอง
      อากาศในไข่ขาว ถ้าหนักมือหรือใช้เวลาผสมนานฟองอากาศหายหมดเค้กจะไม่ฟูเบาเท่าที่ควรค่ะ

      ลองดูนะคะคุณภัทร

      Delete
  10. สวัสดีค่ะคุณอุ้ยภัทรมารบกวนอีกแล้วคะเฮ้อ วันนี้ไปทำงานคิดถึงแต่เรื่องอบเค้กทั้งวัน ทำไมเค้กไม่เป็นเหมือนในรูปของคุณอุ้ยเลย ที่ภัทรรีบทำเพราะว่าวันที่1พฤษภาคมนี้เป็นวันเกิดของลูกชาย คิดว่าจะทำตัวเค้กไว้ก่อน พรุ่งนี้จะได้ทำตัวครีม เพราะว่าไม่มีเวลา สงสัยต้องหาอย่างอื่นที่ง่ายกว่านี้ แล้วแหละ หรือไม่ก็ต้องเสียกะตังฮิต เอาไว้โอกาสหน้าค่อยลองใหม่นอะไร บ่นมากแล้วคุณอุ้ยเบื่อ นอนหลับฝันดีนะคะ

    ReplyDelete
  11. ยังตัดใจไม่ได้คะคุณอุ้ยเห็นรูปแล้วพรุ่งนี้จะลองใหม่อีกครั้งคะ อ่านไปอ่านมาสงสัยว่าภัทรจะคนแป้งกับไข่แดงนานไปหน่อยแต่ถ้าคนห้าวินาทีเหมือนคุณอุ้ยก็ดยูงไม่เข้ากัน วุ้ยพูดเองงงเอง ฮ่า ๆ ลาแล้วคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. อ่านที่อุ้ยตอบข้างบนแล้วลองใหม่นะคะคุณภัทร

      Delete
  12. สวัสดีค่ะคุณอุ้ยขอบคุณมากๆคะสำหรับคำแนะนำ ภัทรได้อ่านแล้วถึงบางอ้อ เพราะว่าไข่ไม่ได้ล้าง แล้วตอนตอกไข่ ไข่แดงก็แตกด้วย ก็เพิ่งซื้อได้วันเดียวเอง ไม่เคยรู้เลยจริงๆคุณอุ้ย ตอนอบรอบสอง ไม่เป็นปื้นมากเท่ากับรอบแรก เมื่อเช้าเอามากินเปล่าๆอร่อยมากเลยคะๆ วันนี้เลยลองใหม่ ตอนเช้ายังไม่ได้อ่าน ภัทรเลยตีไข่ทั้งฟองเลยเอาแบบนี้แหละ ไม่มีเวลาแล้ว อยากทำมากเค้กตัวนี้ ฮิๆ ออกมาพอใช้ได้ ทำครีมกลบเกลื่อนขอบอกว่าครีมอร่อยมากๆและไม่ได้ยากอย่างที่ไว้ตอนแรกตอนนี้แช่เค้กไว้แล้ว พรุ่งนี้จะรู้กัน หมู่หรือจ่าฮ่าๆ ขอบคุณมากๆคะคุณอุ้ย มีความสุขทุกวันคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ลองใหม่ๆ เนอะ คราวหน้าขอให้ออกมาสวยๆ อร่อยๆ ชนะเลิศไปเลย

      มีความทุกวันเช่นกันนะคะคุณภัทร

      Delete
  13. สวัสดีวันแรงงานคะคุณอุ้ยเมื่อเช้าอากาศดีมาก แต่ตอนนี้เริ่มมืดแล้วฝนจะตกอีกแล้ว มารายงานผลคะขนมอร่อยมากๆแต่ตอนทำลายข้างบนมันไม่เป็นลายเลยคะ มีแต่รอยไม้จิ้มฟันลายไม่ไปให้เลย แถมข้างๆเค้กครีมก็ไม่มีพอถอดพิมพ์ออกจ้ะเอ๋เห็นตัวเค้กหมดเลย ภัทรเลยตีครีมบีบปกปิดเรียบร้อยแฮ่ะๆพอได้คะคุณอุ้ยทุกคนบอกสวยเก่งจังเลยแถมอร่อยอีกต่างหาก เท่านี้ก็พอใจแล้วคะถึงไม่ได้เหมือนคุณครูก็ทำได้แค่นี้ฮ่าๆๆงวดหน้าขอลองใหม่ขอบคุณมากค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. เรื่องลายเค้กไม่มีนี่สงสัยซอสจะข้นไปรึเปล่าคะ คราวหน้าถ้าเห็นข้นไปก็เติมน้ำ
      เพิ่มได้นิดหน่อยพอให้วาดลายได้ค่ะ ส่วนเรื่องขอบเค้ก คราวหน้าคุณภัทรใช้ช้อน
      ตักส่วนผสมลงที่ขอบรอบๆ เค้กก่อนใส่ตรงกลางนะคะ เสร็จแล้วก็เคาะพิมพ์เบาๆ
      ให้ส่วนผสมไหลลงไปทั่วๆ ไม่ให้เกิดช่องว่างน่ะค่ะ

      Delete
  14. ลืมบอกคุณอุ้ยว่าภัทรใช้พิมพ์เค้กแบบถอดได้ประกอบเค้กคะ เพราะว่าไม่รู้จริงๆว่าพิมพ์สปริ์งฟอร์มมันเป็นยังไง คุณอุ้ยอย่าเพิ่งหัวเราะเฮ้อ แล้วครีมข้นจริงๆด้วยแหละคุณอุ้ยรู้ได้งัย แฮะๆ มือใหม่มากๆคะ ขอบคุณมากๆ คะคุณอุ้ยใจดีและใจเย็นมากๆ ขอให้คุณอุ้ยกับครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปนะคะ สวัสดีค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. สปริงฟอร์มก็คือพิมพ์แบบถอดได้ค่ะคุณภัทร ^__^

      Delete
  15. 555 อายจังเลยปล่อยแม่ไก่ตัวเบ้อเริ่มเลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยเนอะคุณอุ้ย ขอบคุณคับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. คนไม่รู้ไม่ผิดค่ะคุณภัทร

      Delete
  16. ลองทำ 3 รอบ อิอิ ถึงออกมาหน้าตาดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะสูตร อร่อยยย :D

    ReplyDelete
  17. น้ำตาลทราย ก กับ ข คืออะไรอ่าคะ
    น้ำตาลทรายขาวใช่ไหมคะ ไม่ใช่ไอซิ่ง

    ReplyDelete
  18. น้ำตาลทราย ก. น้ำตาลทราย ข. คือน้ำตาลทรายขาวที่แบ่งผสมรึป่าวคะ

    ReplyDelete