Translate

Friday, April 15, 2011

ซูเฟล่ชีสเค้กญี่ปุ่น : Japanese Soufflé Cheesecake


ซูเฟล่ชีสเค้กญี่ปุ่น สูตร 1 

เราเคยทำซูเฟล่มาหลายสูตรแล้ว แต่ส่วนตัวรู้สึกว่า 2 สูตรนี้รสชาติออกมาถูกปากถูกใจมากที่สุดค่ะ ทำก็ง่ายแสนง่ายใช้เวลาผสมแป๊บๆ ก็เสร็จแล้ว แต่ตอนอบนี่รอเงกเลยค่ะ แง่มๆ ถึงต้องรอนานยังไงผลงานหลังจากที่อบเสร็จแล้วก็คุ้มค่าแก่การรอคอยค่ะ อร่อยมากๆ เราเคยเผลอกินคนเดียวทั้งก้อนหมดในวันเดียวเลยด้วย พุงห้อยแล้วห้อยอีก ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ  อ้อ.. ก่อนที่ใครจะตัดสินใจทำกระซิบบอกไว้ก่อนว่าสูตร 2 จะฟูกว่าสูตร 1 นิดหน่อยนะคะ แต่รสชาติอร่อยเหมือนๆ กัน


ส่วนผสมสูตร 1 สำหรับสปริงฟอร์มหรือพิมพ์กลมขนาด 18-20 ซม. 
  • ครีมชีส 120 กรัม
  • เนยสด 20 กรัม
  • นมสด 40 มล.
  • แป้งเค้ก 40 กรัม
  • น้ำตาลทรายป่น ก.50 กรัม
  • น้ำส้มคั้น 1/2 ชต.
  • ผิวส้มขูดฝอย 1/2 ชช.
  • เกลือ 1/4 ชช.
  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • น้ำมะนาว 1/2 ชช.
  • น้ำตาลทรายป่น ข. 20 กรัม
  • แยมแอพริคอท 1 ชต.
 วิธีทำ   ตัดกระดาษไขรองก้นและขอบ พิมพ์ด้านในให้ทั่วเพื่อกันเค้กติดพิมพ์ แล้วใช้กระดาษฟลอยด์หุ้มพิมพ์ให้ทั่วกันน้ำเข้าตอนอบด้วยค่ะ อุ่นเตาอบ ไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส นำถาดอบหรือชามทนไฟขนาดใหญ่กว่าพิมพ์เค้กใส่น้ำประมาณ 500 มล. วางในเตาอบด้วยค่ะ

ละลายครีมชีส เนย และนมสดรวมกันในไมโครเวฟ คนให้เข้ากันดี พักไว้ให้อุ่นลงหน่อย เทแป้งใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล ก. ลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ทำบ่อตรงกลาง เทไข่แดง น้ำส้มคั้น ผิวส้มขูด เกลือ และส่วนผสมครีมชีสที่ละลายไว้แล้วลงไปในบ่อแป้ง คนเร็ว ๆ พอส่วนผสมเข้ากันก็หยุดค่ะ ห้ามคนนานนะคะ

ตีไข่ขาวพอเริ่มฟู ใส่น้ำมะนาว ตีจนเป็นโฟมแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาล ข. ทีละน้อย ตีจนน้ำตาลหมด ไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมีฟองที่ละเอียดมาก แบ่งไข่ขาวมาตะล่อมในส่วนผสมแป้ง แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง ตะล่อมเบามือด้วยตะกร้อมือหรือพายยางให้ส่วนผสมเข้ากันดี เราใช้ตะกร้อมือผสมไข่ขาวกับส่วนผสมอื่นพอเริ่มเข้ากันก่อน แล้วจึงใช้พายยางตะล่อมวนส่วนผสมก้นอ่างให้เข้ากันดีอีกสัก 3-4 ครั้งค่ะ


เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำพิมพ์เข้าอบโดยวางในถาดใส่น้ำ หรือถ้ากลัวน้ำเข้าแล้วก้นเค้กจะแฉะก็วางพิมพ์บนตะแกรงแล้ววางถาดใส่น้ำไว้ บนพื้นเตาอบก็ได้ค่ะประมาณ 60 นาที โดยวางพิมพ์ไว้ชั้นที่สองจากล่างของเตา อบไฟล่างอย่างเดียว 40 นาที และอีก 20 นาทีสุดท้ายอบไฟบน-ล่างค่ะเช็คสุกโดยใช้ไม้ปลายแหลมทิ่มตรงกลาง ถ้าไม่มีเศษแป้งติดมาก็ใช้ได้ค่ะ


นำออกมาจากเตาอบแล้วเอาเค้กออกจากพิมพ์ ทันที เพราะถ้าปล่อยให้เย็นคาพิมพ์เค้กจะยุบลงเยอะเลยนะคะ วางเค้กไว้บนตะแกรงให้เย็นอุณภูมิห้องค่ะ จากนั้นนำแยมแอพริคอทผสมน้ำนิดหน่อยตั้งไฟอ่อน คนให้เนียน แล้วนำมาทาหน้าเค้กค่ะ จะได้ขึ้นเงาสวยงามน่ากิน ก่อนเอาเข้าตู้เย็นสัก 1 ชม. ก่อนตัดทาน แต่เราไม่เคยได้ใส่เลยค่ะ เย็นปุ๊บเจี๊ยะปั๊บตลอด อิอิ




ซูเฟล่ชีสเค้กญี่ปุ่น สูตร2
หรือใครจะลองสูตรนี้ก็ได้ค่ะ เค้กออกมานุ่มฟูอร่อยกินเพลินเหมือนกันเลย ดูเหมือนสูตรนี้จะฟูกว่าสูตรแรกหน่อยๆ ด้วยค่ะ เราค่อนข้างจะชอบสูตรนี้มากกว่าสูตรแรกนิดๆ ด้วย วิธีเตรียมส่วนผสม วิธีผสมและเวลาอบจะทำเหมือนสูตรแรกทุกประการนะคะ แต่สูตร 2 นี้ตีไข่ขาวกับเกลือและน้ำตาลทราย ข. ค่ะ



ส่วนผสมสูตร 2 สำหรับสปริงฟอร์มขนาด 18 ซม. 
  • ครีมชีส อุณหภูมิห้อง 90 กรัม
  • เนยนุ่มๆ 30 กรัม
  • นมสด 100 มล.
  • น้ำตาลทรายป่น (ก) 40 กรัม
  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • น้ำมะนาว 1 ชต.
  • วานิลา 1/2 ชช.
  • แป้งเค้ก 30 กรัม
  • ไข่ขาว 3 ฟอง
  • น้ำตาลทรายป่น (ข) 30 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • แยมแอพริคอท 1 ชต.
วิธีทำ  ตัดกระดาษไขรองก้นและขอบพิมพ์ด้านในให้ทั่วเพื่อกันเค้กติดพิมพ์ แล้วใช้กระดาษฟลอยด์หุ้มพิมพ์ให้ทั่วกันน้ำเข้าตอนอบด้วยค่ะ อุ่นเตาอบไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส นำถาดอบหรือชามทนไฟขนาดใหญ่กว่าพิมพ์ใส่น้ำประมาณ 500 มล. วางในเตาอบด้วยค่ะ

ละลายครีมชีส เนย และนมสดรวมกันในไมโครเวฟ คนให้เข้ากันดี พักไว้ให้อุ่นลงหน่อย เทแป้งใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาล ก. ลงไป ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ทำบ่อตรงกลาง เทไข่แดง น้ำมะนาว วานิลา และส่วนผสมครีมชีสที่ละลายไว้แล้วลงไปในบ่อแป้ง คนเร็ว ๆ พอส่วนผสมเข้ากันก็หยุดค่ะ ห้ามคนนานนะคะ

ตีไข่ขาวกับเกลือพอเริ่มฟูแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาล ข. ทีละน้อย ตีจนน้ำตาลหมด ไข่ขาวตั้งยอดอ่อนและมีฟองที่ละเอียดมาก แบ่งไข่ขาวมาตะล่อมในส่วนผสมแป้ง แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง ตะล่อมเบามือด้วยตะกร้อมือหรือพายยางให้ส่วนผสมเข้ากันดี

เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำพิมพ์เข้าอบโดยวางในถาดใส่น้ำ หรือถ้ากลัวน้ำเข้าแล้วก้นเค้กจะแฉะก็วางพิมพ์บนตะแกรงแล้ววางถาดใส่น้ำไว้บนพื้นเตาอบก็ได้ค่ะประมาณ 60 นาที โดยวางพิมพ์ไว้ชั้นที่สองจากล่างของเตา อบไฟล่างอย่างเดียว 40 นาที และอีก 20 นาทีสุดท้ายอบไฟบน-ล่างค่ะเช็คสุกโดยใช้ไม้ปลายแหลมทิ่มตรงกลาง ถ้าไม่มีเศษแป้งติดมาก็ใช้ได้ค่ะ

นำออกมาจากเตาอบ แล้วเอาเค้กออกจากพิมพ์ทันที เพราะถ้าปล่อยให้เย็นคาพิมพ์เค้กจะยุบลงเยอะเลยนะคะ วางเค้กไว้บนตะแกรงให้เย็นอุณภูมิห้องค่ะ จากนั้นนำแยมแอพริคอทผสมน้ำนิดหน่อยตั้งไฟอ่อน คนให้เนียน แล้วนำมาทาหน้าเค้กค่ะ จะได้ขึ้นเงาสวยงามน่ากิน ก่อนเอาเข้าตู้เย็นสัก 1-2 ชม. ก่อนตัดทานนะคะ


ของเราตัดหม่ำตอนที่ยังอุ่นๆ เลย เราว่ากินตอนอบเสร็จใหม่ๆ อร่อยกว่าแช่เย็นแล้ว ชอบไม่เหมือนใครค่ะ


อาทิตย์ที่ผ่านมาทำซูเฟล่กินเกือบทุกวันเลย ถ่ายรูปเก็บไว้เรื่อยๆ ทำกี่รอบๆ หน้าตาก็ไม่เหมือนกันสักครั้ง บางครั้งใส่พิมพ์กลม 18 ซม. บางครั้งก็ใส่พิมพ์กลม 20 ซม. บางครั้งก็ใส่พิมพ์รูปหัวใจ เค้กก็จะออกมาหนาบางแตกต่างกันไปตามรูปแบบและขนาดของพิมพ์ค่ะ แต่ที่ออกมาเหมือนกันทุกครั้งคือความอร่อย ปลื้มกับชีสเค้กนี้มาก เราสามารถกินคนเดียวได้ทั้งก้อนเลยก็เคยนะคะเนี่ย


รูปนี้ใส่พิมพ์กลม 20 ซม. จะออกมาไม่สูงเท่าใส่พิมพ์ 18 ซม.  ใส่พิมพ์ใหญ่กว่าสูตรแบบนี้เมื่ออบแล้วหน้าเค้กจะเรียบไม่นูนไม่แตกแน่นอนค่ะ


อันนี้ใส่พิมพ์วงแหวนเล็กๆ เป็นพิมพ์สแตนเลส เราไม่ได้กรุกระดาษไขอบแล้วเค้กก็ติดขอบบ้าง แต่ก็ดีกว่าขอบย่นเนอะ


ส่วนรูปนี้ใส่พิมพ์รูปหัวใจ ครั้งนี้เราแค่ตัดกระดาษไขรองฐานพิมพ์ ไม่ได้กรุข้างพิมพ์ด้วย อบเสร็จแล้วเค้กก็ร่อนออกจากขอบง่ายๆ โดยไม่ติดพิมพ์ (พิมพ์เทฟล่อน) ไม่ยับไม่ย่นเหมือนตอนที่กรุกระดาษไขด้วยแฮะ


อันใส่พิมพ์รูปหัวใจเหมือนกัน แต่กรุกระดาษไขด้านข้าง ไม่รู้ว่าคุณภาพกระดาษไขไม่ดีหรือยังไง อบเสร็จแล้วแกะกระดาษออกจากเค้กยากมากเพราะเค้กติดกระดาษา แถมแกะออกมาแล้วขอบยังยับๆ ย่นๆ ไม่น่าดูเลย ใครมีปัญหานี้ลองไม่กรุกระดาษไขด้านข้างพิมพ์ดูนะคะ ขอบเค้กอาจจะสวยกว่าเดิมก็ได้ ตอนนี้ขอตัวไปอบซูเฟล่กินเป็นก้อนสุดท้ายก่อนนะคะ พอดีมีครีมชีสเหลืออยู่อีกจิ๊ดนึง เจอกันบล็อกหน้าค่า

49 comments:

  1. น่าทานจังเลยค่ะ อยากทำเบเกอรี่เป็นบ้างค่ะ ควรจะเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ

    ReplyDelete
  2. สวัสดีค่ะ ติดตามผลงานมานานแล้ว

    >w< น่าทานมากๆเลยค่ะ

    อยากทราบว่าเปิดร้านไหมคะ? ถ้าเปิดอยากลองไปทานจัง

    ReplyDelete
  3. Mountain Beach Resort --> อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับคนหัดทำเบเกอรี่ที่ตั้งใจทำแค่เป็นงานอดิเรกก็จำเป็นต้องมีเตาอบ ตะกร้อมือ เครื่องตีไข่มือถือ อ่างผสม ไม้พาย พิมพ์ขนม ตาชั่ง/ถ้วยตวง และใจรักค่ะ มีแค่นี้ก็ทำเบเกอรี่หลักๆ ได้แล้วค่ะ

    allgoodthing --> ทำเป็นงานอดิเรกแก้เบื่อเท่านั้นเองค่ะ ยังไม่เก่งพอที่จะเปิดร้านเลย บางครั้งทำแล้วต้องทิ้งก็มีบ่อยไปค่ะ แหะๆ

    ReplyDelete
  4. เตาที่บ้านไม่มีไฟล่างอะค่ะ ทำไงดี

    ReplyDelete
  5. ไม่มีไฟล่างก็อบแบบธรรมดาค่ะ แต่พออบไปสัก 40 นาทีแล้วก็คอยสังเกตดูว่าหน้าเค้กเข้มไปรึเปล่า ถ้าเข้มเกินก็ใช้ฟลอยด์ปิดหน้าไว้จะได้ไม่ไหม้ค่ะ

    ReplyDelete
  6. สุตรนี้ทำสามครั้งแล้วค่ะแต่ยุบมากแต่อร่อยค่ะทำไม่สวยเหมือนเจ้าของเวปเลยอิจฉาแต่จะพยายามทำต่อไปค่ะขอบคุณมาก

    ReplyDelete
    Replies
    1. คุณลาวรรณคะ ถ้าเค้กยุบแสดงว่าตอนตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมอื่นคนแรงและนานเกินไปค่ะ คราวหน้าเบามือลงหน่อย ใช้พายตะล่อมพับจากก้นอ่างขึ้นข้างบน ใช้เวลาไม่นานนะคะ ไข่ขาวจะได้ไม่ยุบ เสร็จแล้วก็อบให้สุกจริงๆ แล้วค่อยเอาออกจากเตาอบค่ะ จะได้ซูเฟล่ที่ฟูนุ่มเบาสวยงามค่ะ

      Delete
  7. ลองทำแล้วก้นเค้กจะมีชั้นคล้ายๆ คัสตาร์ดอยู่อะคะ แล้วเึ้กก็ยุบมากทั้งๆ ที่ตอนอบฟูมากๆไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรคะรบกวน/ข้ข้อข้องใจให้หน่อยนะคะ จะได้ลองทำใหม่ ขอบคุณคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. คุณ Allen and Bunny คะ ถ้าลักษณะเหมือนที่คุณบอกมาเดาว่าน่าจะเพราะตะล่อมส่วนไข่ขาวกับส่วนครีมชีสยังไม่เข้ากันดีค่ะ ยังไงคราวหน้าลองตะล่อมส่วนผสมที่นอนอยู่ก้นอ่างขึ้นมาด้วยนะคะ ทำเบามือแต่ใช้เวลาไม่นาน แล้วตอนอบถ้าอยากมั่นใจว่าน้ำจะไม่ซึมเข้าในพิมพ์ก็ให้ใช้ถาดใส่น้ำวางไว้บนพื้นเตาอบ แล้วนำพิมพ์เค้กวางบนตะแกรงค่ะ บางคนหุ้มฟลอยด์ไม่ดีพอ ตอนอบน้ำซึมเข้าพิมพ์ได้ทำให้ก้นเค้กแฉะค่ะ ลองใหม่อีกทีนะคะ

      Delete
  8. ไม่เห็นเค้กจะขึ้นฟูเหมือนของเจ้าของเลย

    ReplyDelete
    Replies
    1. ตอบยังไงดีล่ะ ถ้าทำตามสูตรทุกขั้นตอนก็น่าจะฟูนะคะ

      Delete
  9. ในสูตรนี้ไม่ได้ใส่ผงฟูเลยหรอคะ.. ทำยังงัยก้อไม่ฟูเหมือนในรูปค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. สูตรนี้ใช้ไข่ขาวและไอน้ำตอนอบช่วยในการขึ้นฟูค่ะ ไม่ใช้ผงฟูเลย วันนี้เราเพิ่งอบอีกก้อน
      ใส่พิมพ์รูปหัวใจ ยังอุ่นๆ อยู่เลย เป็นสองรูปล่างตรงสูตร 2 น่ะค่ะ ตอนอบสุกแล้วมันจะ
      ฟูสูงจากขอบพิมพ์ประมาณ 1 นิ้วเลยค่ะ ถ้าทำอีกครั้งให้ระวังตอนตะล่อมไข่ขาวกับส่วน
      ครีมชีสด้วยนะคะ ใช้พายพลาสติกตะล่อมเบามือช้อนส่วนผสมจากก้นอ่างพับมาด้านบน
      ห้ามคนแรงๆ เด็ดขาดเพราะฟองอากาศในไข่ขาวจะยุบแล้วเค้กจะไม่ฟูค่ะ ว่าแต่คุณภัคจิรา
      ทำสูตรไหนคะ ถ้ายังไงลองทำสูตร 2 ดูเพราะมันจะฟูเบามากกว่าสูตร 1 นิดหน่อยค่ะ

      Delete
    2. ทำสูตรสองค่ะ.. สงสัยจะหนักมือไปหน่อย.. อิอิ
      ยัีงงัยจะลองพยายามทำใหม่อีกครั้งค่ะ แล้วจะมารายงานผลให้อาจารย์ทราบนะคะ
      ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆค่ะ.. ^__^

      Delete
    3. รอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ อิอิ ว่าสูตรสองเนี่ยฟูมากเลยนะคะ ดูเหมือนจะฟูเกินไปสำหรับพิมพ์ 18 ซม.
      ด้วยซ้ำไปค่ะ บางครั้งอบแล้วฟูล้นทะลักจนหน้าแตกบ้างก็เคยมี แหะๆ

      Delete
    4. ลืมบอกอีกอย่างว่าตอนตีไข่ขาวตีแค่ตั้งยอดอ่อนพอนะคะ ถ้าตีนานเกินไป
      จนไข่ขาวตั้งยอดแข็งจะทำให้ผสมลำบาก ต้องตะล่อมนานกว่าปกติ ฟอง
      อากาศในไข่ขาวก็จะถูกทำลายแล้วเค้กจะไม่ฟูเท่าที่ควรค่ะ

      Delete
  10. พี่อุ๊ยจ๋าา นู๋อ่านแระงงค่ะ ทำเป็นบ่อตรงกลางคือยังไงอ่ะค่ะ
    ให้เอาตะกร้อมือวนตรงช่วงกลาง หมายถึงทำให้มันมีพื้นที่เทส่วนผสมลงไปใช่ป่าวค่ะ
    แล้วผิวส้มขูดเนี่ยทำยังไงอ่ะค่ะ
    แฮะๆๆ ก๊ะนู๋มือใหม่เลยถามเยอะนิสสนึงน๊าา
    ขอบคุณคร๊าาา

    ReplyDelete
    Replies
    1. โถๆ เด็กน้อย น่าสงสารจัง พี่เขียนไม่ละเอียดเลยงงใช่มั้ยคะ เอางี้เดี๋ยวพี่พยายามอธิบายใหม่
      อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้นะคะ อธิบายไม่เก่งซะด้วยสิ

      ก่อนอื่นเราผสมแป้งกับน้ำตาลทรายรวมกันแล้วร่อนผ่านตะแกรงใส่ชามอ่างที่เราจะใช้ผสมแป้ง
      น่ะค่ะ หรือถ้าขี้เกียจร่อยก็เทแป้งกับน้ำตาลทรายใส่ชามอ่างแล้วใช้ตะกร้อมือคนๆๆ จนแป้งกับ
      น้ำตาลผสมกันดี และแป้งแยกตัวออกเป็นเม็ดไม่จับกันเป็นก้อนนะคะ เวลาผสมกับของเหลวจะ
      ได้เข้ากันง่าย ไม่ต้องคนนานค่ะ แล้วคำว่า "ทำบ่อตรงกลางแป้ง" หมายถึง เมื่อเราร่อนแป้ง
      ใส่อ่างผสมแล้ว เราก็ใช้ตะกร้อมือเขี่ยๆ แป้งตรงกลางอ่างไปตรงขอบอ่าง ให้ก้นอ่างเป็นหลุม
      ว่างๆ ไว้ หรือมีแป้งอยู่น้อยที่สุดค่ะ ทำอย่างนี้เพื่อเว้นที่ว่างไว้สำหรับเทของเหลวใส่ลงไป เมื่อ
      ไม่มีของแห้งอยู่ก้นอ่างจะผสมเข้ากันได้ง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลว่าเราจะคนได้ไม่ทั่วถึง และอาจจะ
      มีส่วนที่เรายังผสมไม่หมดนอนอยู่ก้นอ่างค่ะ

      Delete
  11. มทำไงดีค่ะมันไม่ฟูค่ะ TT^TT ตอนตะล่อมกับแป้งเบามือแล้วน๊า
    แถมห่อฟอยล์ไม่เก่งน้ำเข้า เอาออกมาแฟ๊บแล้วยังเละเหลวเป๋วอีก

    ReplyDelete
    Replies
    1. ฮือๆๆ ร้องไห้ด้วยคน ทำไมมันถึงไม่ฟูละเนี่ย สาเหตุที่เค้กไม่ฟูจริงๆ ก็มีแค่

      - ตีไข่ขาวไม่ได้ที่ คือ ตีไข่ขาวน้อยเกินไป ไข่ขาวยังไม่เป็นโฟมตั้งยอดอ่อน
      ก็หยุดตีแล้ว หรือไม่ก็ตีไข่ขาวนานเกินไปจนตั้งยอดแข็ง ทำให้ต้องผสมนาน
      กว่าจะเข้ากับส่วนผสมอื่น ฟองอากาศในไข่ขาวถูกทำลาย เค้กก็จะไม่ฟูเท่า
      ที่ควรค่ะ

      - ตอนผสมไข่ขาวที่ตีจนตั้งยอดอ่อนแล้วกับส่วนของครีมชีส คนแรงและนาน
      เกินไปก็ทำให้เค้กไม่ฟูค่ะ

      - ถ้ากลัวน้ำเข้าเค้ก คราวหน้าถ้าทำอีกก็วางพิมพ์เค้กบนตะแกรง แล้ววางถาด
      หรือพิมพ์ที่ใส่น้ำไว้บนพื้นเตาอบแทนก็ได้ค่ะ ลองใหม่อีกครั้งนะคะ

      Delete
  12. เป็นสมาชิกใหม่ชื่อนุชนะคะ คือพยายามทำ JP cheesecake อยู่ค่ะ แต่ปัญหาที่ประสบในการทำ 2 ครั้งคือ ตอนทำเสร็จแล้ว เค้กออกมานิ่ม แต่มันหนักอ่ะค่ะ และพอแช่ตู้เย็น วันรุ่งขึ้น เนื้อเค้าหนักและแน่น เป็นเพราะอะไรหรือคะ คิดไม่ออกว่าจะแก้ยังไงอ่ะค่ะ Y_Y

    ReplyDelete
    Replies
    1. สวัสดีค่ะคุณนุช ปัญหาเรื่องซูเฟล่หนักและแน่นนี่เราไม่เคยเจอเลยค่ะ ตอบไม่ถูกเลยทีเดียว
      ปกติเห็นแต่มีคนบอกว่าเค้กไม่ฟูบ้าง ยุบบ้าง อันนี้ยังพอตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าทำ
      ตามวิธีทำข้างบนที่เขียนบอกไว้แล้วออกมาหนักนี่ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าเป็นเพราะอะไร เพราะปกติ
      เนื้อซูเฟล่จะมีทั้งนุ่มฟูและเบา กินแล้วแทบละลายในปากได้เลย ส่วนเทคนิคเคล็ดไม่ลับอะไร
      ในการทำซูเฟล่เราก็เน้นไว้ตรงความเห็นข้างบนนี่เองค่ะ ข้อควรระวังอย่างอื่นก็เห็นจะไม่มีแล้วค่ะ

      Delete
    2. ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ
      ทำไงดี T_T ทำกี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม เพื่อนลองชิมก็บอกว่าแน่น หนัก แต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวจะลองทำไปเรื่อยๆ ยังไงติตตามบล็อคอยู่นะคะ

      ว่าแต่ เจ้าของบล็อคชื่อคุณวรินทรใช่ไหมคะ ขอโทษนะคะไม่ทราบชื่อจริงๆ
      ปล**ตอนแรกนึกว่าจะมี notification เตือนทางเมล หากคุณวรินทรตอบมา มันดันไม่ขึ้นเลยเข้ามาอ่านช้าไปหน่อยค่ะ

      Delete
    3. เรียกอุ้ยก็ได้ค่ะคุณนุช ส่วนเรื่องซูเฟล่หลักๆ เลยก็คือตีไข่ขาวแค่ตั้งยอดอ่อน
      อย่าตีนานจนตั้งยอดแข็งเพราะจะต้องใช้เวลาผสมนานทำให้เค้กไม่นุ่มฟูเท่าที่ควร
      และตอนผสมให้ใช้การตะล่อมพับจากก้นอ่างขึ้นข้างบนอย่างเบามือ ห้ามคนและ
      อย่ารุนแรงกับมันค่ะเพราะเดี๋ยวเกิดน้อยใจฟองอากาศแตกโพล๊ะๆ เค้กก็จะไม่
      นุ่มฟูอีกเช่นกันค่ะ

      Delete
  13. มีปัญหา อีก แล้วค่ะ. ช่วงนี่ ทำ สูตรคุณ2-3สูตร. แล้วคะ่. ชอบมากคะ่. ทำได้จริง และอร่อยทั้งนั่นเลยค่ะ มีผิดเพี้ยน บ้าง ตามฉบับมือใหม่คะ่. ตอนทำเค้กสูตรนี้. เนื้อนุ่ม อร่อย เหมือนไข่ตุ๋น เลยค่ะ. แต่มีปัญหา ตรง ก้นขนม ค่ะ มัน แน่น ค่ะ แต่ไม่มาก. เป็น อย่างนี้ ประมาณ เกือบ 1ใน4 ส่วนที่เหลือ. นุ่ม อร่อยค่ะ. แก้ไขยังไงค่ะ. ขอบคุณค่ะ เค้กชนิดนี้ มีวิธีเก็บยังไงให้ คงนุ่ม ค่ะ. แต่ จริง จริง หมด แต่ อบเสร็จเลยค่ะ. 555

    ReplyDelete
    Replies
    1. ที่ก้นเค้กเหมือนไข่ตุ๋นน่าจะเพราะยังผสมไข่ขาวกับส่วนครีมชีสได้ไม่เข้ากันดีค่ะ คราวหน้าตอนผสมให้
      ใช้พายยางตะล่อมจากก้นอ่างพับขึ้นมาด้านบนจนแน่ใจว่าไม่มีส่วนครีมชีสนอนอยู่ก้นอ่างแล้วนะคะ

      Delete
    2. อ้อ เรื่องเก็บเค้กก็ไม่มีไรมากค่ะ แค่ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดแล้วเก็บในตู้เย็น แค่นี้จริงๆ ค่ะ
      (อยู่เมืองหนาวก็วางไว้ข้างนอกตู้เย็นได้) แต่จริงๆ ก็ไม่เคยเก็บได้นานเลยค่ะ อบเสร็จ
      ก็จัดการจนหายวับไปกับตาตลอด ฮี่ๆ

      Delete
  14. กระดาษหมด. ใช้. เนยทาโรยแป้งได้ไหมค่ะ.

    ReplyDelete
    Replies
    1. ไม่ได้ค่ะ ถ้าไม่มีกระดาษไขก็ไม่ต้องใช้ค่ะ แต่ห้ามทาไขมันเด็ดขาดเดี๋ยวเค้กไม่ฟูค่ะ

      Delete
    2. ขอบคุณค่ะ. ว่า จะลองทำอีก อร่อยมาก ชอบค่ะ. อยากทราบว่า เค้กชนิดไหนบ้างห้ามทา ไขมัน ที่ถาด. ค่ะ เป็นความรู้ ค่ะ. กำลัง อบ บราวนี่ ชีทเค้ก. ค่ะ ได้ผลแล้วจะรายงาน นะค่ะ

      Delete
    3. บรรดาเค้กที่ต้องตีไข่ขาวให้เป็นโฟมน่ะค่ะ เพราะไข่ขาวไม่มีไขมันและฟองอากาศใน
      ไข่ขาวช่วยให้เค้กฟู ถ้าเราทาไขมันเค้กมันจะไต่ขึ้นมาไม่ได้ทำให้เค้กออกมาแบนๆ
      ไม่ฟูเท่าที่ควรน่ะค่ะ สรุปก็บรรดาชิฟฟอนเค้ก สปันจ์เค้ก และซูเฟล่ค่ะ

      Delete
  15. วันนี้ทำ อีกครั่งค่ะ ซูเฟล. เนื้อเค้ก ออกมาใช้ได้เลยคะ่. แต่มีปัญหา ตรง พอว่างไว้ จนเย็น พอจับ แล้วเหมือนเค้ก เปียกเปียก. ติดมือมาค่ะ. อบยังไม่สุกดีหรือป่าวค่ะ. แต่ตอนเอาไม้ จิ้ม ไม่มีเศษ ติด ไ้ม้ แห้ง. ครั่ง ที่แล้ว อบเสร็จหมดตั่งแต่ยังไม่ทันเย็น555 เลยไม่ เห็น. อีกอย่าง ว่างสักพักแล้วเค้กมันจะทรุดทรุดป่าวค่ะ. เค้กไม่เหมือนยุบหดตัว. เหมือนทรุด แบบเค้กนุ่ม ไม่สามารถรับน้ำหนัก ช่วงบนได้ อะไรประมาณนั่น. มันเป็นธรรมชาติของเค้กป่าวค่่ะ. แต่ใครกัน. ชมว่าอร่อยมากมาก เลยค่ะ. ทุกสูตรของคุณอุ้ยที่ทำ. อร่อยทำได้จริง ขอบคุณ จริงจริงค่ะ. มีกำลังใจ อบต่อไป. ค่ะ

    ReplyDelete
  16. วันนี้ อบ อีก แล้วค่ะ. เนื้อ เค้ก ที่ สมควรได้ นี เนื้ อ ควรจะเนียน. หรือ เนื้อ คล้าย ฟองน้ำ ค่ะ. แต่ ยังนุ่ม และนิ่ม เหมือน ทุกครั้งที่ อบ. แต่เนื้อ เหมือนฟองน้ำ. แล้ว จับ แล้วยังแฉะ เป็นลักษณะ ของเค้ก รึป่าวค่ะ ที่ ไม่ แห้ง. สูตร สองค่ะ. ที่อบ. ไฟล่างอย่างเดียว ไม่มีไฟบนค่ะ. ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. เนื้อเค้กจะนุ่มคล้ายฟองน้ำหน่อยค่ะ แต่เนื้อแห้งไม่แฉะ ถ้าทำคราวหน้าลองเปลี่ยนเป็นวางพิมพ์เค้กบนตะแกรง
      แล้ววางพิมพ์ใส่น้ำบนพื้นเตาอบแทนก็ได้ค่ะ ที่เค้กแฉะอาจเพราะน้ำเข้าพิมพ์ได้

      Delete
  17. มีคำถามค่ะ ถ้าเราทำใส่ถ้วยคัพเค้กได้มั้ยคะ แบบขนาด 2-bite cup หน่ะค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใส่ถ้วยคัพเค้กก็ได้ค่ะ

      Delete
  18. เมื่อคืนทำค่ะ ออกมาเหมือนสุกไม่ทั่วค่ะ เป็นเหมือนไข่ตุ๋นครึ่งก่อน อีกครึ่งก่อนโอเค แต่ไม่ฟู ถ้าเราทำแบบใส่ baking cup ได้มั้ยคะ 2-bite cup ถ้วยเล็กค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ถ้าออกมาลักษณะนี้น่าจะเป็นเพราะผสมส่วนครีมชีสกับไข่ขาวไปเข้ากันดีค่ะ คราวหน้าระวังตอนตะล่อมไข่ขาว
      กับส่วนครีมชีสด้วยนะคะ ใช้พายพลาสติกตะล่อมเบามือช้อนส่วนผสมจากก้นอ่างพับมาด้านบนห้ามคนแรงๆ
      เด็ดขาดเพราะฟองอากาศในไข่ขาวจะยุบแล้วเค้กจะไม่ฟูค่ะ และที่สำคัญมากๆ คือต้องพยายามใช้พายกวาด
      ส่วนผสมครีมชีสจากก้นอ่างมาผสมกับไข่ขาวให้เข้ากันดี ไม่งั้นหลังอบมันจะจมลงไปเป็นไข่ตุ๋นด้านล่างค่ะ

      Delete
  19. ขอเอาสูตรของคุณอุ้ยไปทำหน่อยนะคะ น่ากินมากๆ ชอบขนมอันนี้มาก เพิ่งหัดทำขนมด้วย ขอบคุณมากมายค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ลองทำดูนะคะ ไม่ยากหรอกค่ะ

      Delete
  20. น่าทานมากๆเลยค่ะ เดี๋ยวทำแล้วจะมารายงานนะคะ

    ReplyDelete
  21. ลองทำแล้วคะ แต่ว่าซุ่มซ่ามคะ ห่อกระดาษฟลอยด์ไม่ดีน้ำเข้าคะ แฉะไปตามๆกัน
    ** รสชาติออกมา แอบเปรี้ยวนำคะ ใช้มะนาวแทนเลม่อนคะ (ไม่เคยทานซูเฟล่ชีสเค้กญี่ปุ่น ไม่ทราบว่าราชาติจะออกเปรี้ยวเหมือนที่ลองทำหรือเปล่าค่ะ)
    ขอบคุณความรู้ดีๆ มากคะ ^_^

    ReplyDelete
  22. อันนี้เค้า copy จากคุณ Vava ใช่มั้ยคะ
    http://tualekja.blogspot.com/2013/04/japanese-souffle-cheesecake.html

    ลองทำดูแล้วสูตร 2 ฟูมากเลยค่ะ แต่ปรับไปใช้น้ำเลมอนแทนมะนาว หอม อร่อยค่ะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ใช่ค่ะ แถมก๊อปไปหลายสูตรมากเลย เจอแบบนี้บ่อยๆ แล้วเบื่อมากเลยค่ะ
      ตอนนี้กำลังแจ้งรีพอร์ตอยู่ค่ะ

      Delete
  23. ขอโทษนะคะ ถ้าทำฐานครัสต์เป็นแครกเกอร์ แล้วใช้สูตรชีสเค้กนี้ เค้กจะขึ้นได้มั้ยคะ

    ReplyDelete
    Replies
    1. อืมม์ ไม่เคยลองสักที แต่คิดว่าน่าจะได้ค่ะ

      Delete
  24. อยากถามว่าสูตรที่ 2 นั้นตอนไส่เกลือตอนตีเมอแรงไส่เกลือเพื่ออะไรอะครับ แล้วอีกข้อนึงครับ คือผมมีแต่เนยเค็มใช้ได้ไหมครับ คือสูตรที่ 1 ก็ตัดเกลืออก สูตรที่ 2 ก็ไม่ต้องไส่เกลือตอนตีเมอแรง แบบนี้ได้ไหมครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. ที่ใส่เกลือตอนตีไข่ขาวเพื่อช่วยให้ไข่ขาวตีขึ้นได้ง่ายและช่วยพยุงฟองอากาศในไข่ขาวน่ะค่ะ จริงๆ ไม่ใส่ก็ได้ ถ้าใช้เนยเค็มก็ตัดเกลือออกไปได้เลยค่ะ

      Delete
  25. อยากถามว่าสูตรที่ 2 นั้นตอนไส่เกลือตอนตีเมอแรงไส่เกลือเพื่ออะไรอะครับ แล้วอีกข้อนึงครับ คือผมมีแต่เนยเค็มใช้ได้ไหมครับ คือสูตรที่ 1 ก็ตัดเกลืออก สูตรที่ 2 ก็ไม่ต้องไส่เกลือตอนตีเมอแรง แบบนี้ได้ไหมครับ

    ReplyDelete