Thursday, May 6, 2010

เค้กเนยสด : Butter Cake

มาอีกแล้วจ้า ระหว่างที่ผีขยันเข้าสิงนี้เราก็คงต้องเสนอหน้ามาอัพบล็อกบ่อยขึ้นนิดส์นึงเพื่อชดเชยกับช่วงหลายเดือนที่หายศีรษะไปนะคะ ทำๆ ไว้เพราะไม่รู้วันไหนผีจะออก แล้วถ้าออกคราวนี้ปีหน้าฟ้าไหนจะกลับเข้ามาอีกก็ไม่อาจเดาอารมณ์ท่านได้ คิดได้อย่างนี้ก็เลยต้องลงสูตรตุนไว้ก่อนค่ะ

ไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้ว วันนี้เราขอเสนอเค้กเนยสดผลงานชิ้นล่าสุดเวอร์ชั่นไม่เป็นไตเจ้าค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันปกติแล้ว เวลาทำเค้กเนยส่วนมากเราต้องผสมแบบแยกไข่ขาว-แดงแทบทุกครั้ง วันไหนทำซ่าไม่แยกล่ะได้กินเค้กประเภทตรงโน้นนุ่ม มุมนี้แน่นประจำเลยค่ะ แต่กับสูตรนี้ทำ 3 ครั้งแล้วผ่านฉลุย ไม่มีไตมาให้คนทำเสียเซลฟ์เลยสักครั้ง เห็นงี้ก็เลยอดรนทนไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปแล้วเอาสูตรมาแปะบล็อกเพื่อเป็นมงคลนิดนึงค่ะ

ส่วนผสม สำหรับพิมพ์โลฟขนาด 10x 20x 7 ซม.

  • แป้งเค้ก 120 กรัม
  • ผงฟู 1 ชช.
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • เนยสด 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • ไข่ไก่ขนาดกลาง 2 ฟอง
  • นมสด 50 กรัม
  • วานิลาบัทเทอร์ 1/2 ชช. (ถ้าไม่มีใช้วานิลาเอ๊กซ์แทร็คหรือกลิ่นวานิลาธรรมดาแทนก็ได้ค่ะ)
วิธีทำ นำพิมพ์เค้กมาทาเนยและโรยแป้งบางให้ทั่วพิมพ์หรือใครจะตัดกระดาษไขปูพิมพ์แทนการทาเนยก็ได้ค่ะ จัดการอุ่นเตาอบ ไว้ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสด้วยนะคะ

ร่อนแป้งรวมกับผงฟูและเกลือ 2 รอบ แล้วพักไว้ก่อนค่ะ

นำเนยนุ่มๆ มาหั่นเป็นเต๋าเล็กๆ ใส่อ่างผสม

ตีเนยด้วยความเร็วต่ำจนเนยเนียนดี

ค่อยๆ ใส่น้ำตาลลงไปตีรวมกับเนยทีละนิดจนน้ำตาลหมดค่ะ

เปลี่ยนเป็นความเร็วสูง ตีไปเรื่อยๆ จนเนยกลายเป็นครีมฟูเบาสีขาวนวล ใช้เวลาตีประมาณ 5-6 นาทีค่ะ

ใช้ไม้พายปาดรอบขอบอ่างแล้วตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง ตีต่อด้วยความเร็วกลางจนไข่กับเนยเข้ากันดี ใช้เวลาตีประมาณ 1 นาทีค่ะ

เมื่อเข้ากันดีแล้วก็ตอกไข่อีกฟองใส่ลงตีให้เข้ากันดีอีกครั้ง ส่วนผสมจะมีลักษณะเป็นครีมเนียนเนยกับไข่ไม่แยกตัวกันค่ะ อย่าลืมปาดขอบอ่างด้วยนะคะ เสร็จแล้วก็ใส่วานิลาลงไปตีให้เข้ากันค่ะ

จากนั้นแบ่งประมาณ 1/4 ของส่วนผสมแป้งลงไปตีด้วยความเร็วต่ำสุดรวมกับส่วนผสมเนยแค่พอเข้ากัน

ใส่ 1/3 ของนมลงไปตีรวมกัน ทำสลับกันอย่างนี้จนส่วนผสมหมด (รวมแล้วแบ่งแป้งเป็น 4 ส่วน นม 3 ส่วน เริ่มด้วยแป้งจบด้วยแป้งนะคะ) ย้ำว่าต้องตีด้วยความเร็วต่ำสุด (หรือใช้ตะกร้อมือหรือไม้พายคน) ใช้เวลาตีแป๊บเดียว เอาแค่พอเข้ากันกับส่วนผสมอื่นก็พอ ไม่งั้นน้องเค้กจะทั้งหนักทั้งแน่นเชียวค่ะ

ผสมเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ค่ะ เนื้อแป้งเนียนดีไม่เหลวหรือข้นมากเกินไป นำส่วนผสมไปเทใส่พิมพ์แล้วเกลี่ยให้เรียบเสมอกัน

นำไปวางบนชั้นกลางของเตาอบ ลดไฟเหลือ 160 องศาเซลเซียส อบไฟล่างอย่างเดียวประมาณ 40 นาที แล้วอบไฟบน-ล่างต่ออีกประมาณ 10-15 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุกค่ะ ทดสอบว่าเค้กสุกหรือยังโดยการนำไม้จิ้มฟันทิ่มตรงกลางเค้ก หากไม่มีแป้งติดไม้มาแสดงว่าเค้กสุกแล้วค่ะ (วันนี้เราอบไฟบน-ล่างตลอดเวลาของการอบเลย พอดีลืมปิดไฟบนในช่วงแรก เค้กก็เลยหน้าแตกอย่างที่เห็น แหะๆ)

เมื่อเค้กสุกแล้วก็นำออกจากเตาอบ วางพิมพ์ไว้บนตะแกรง พักเค้กให้อุ่นในพิมพ์ประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเคาะออกจากพิมพ์ พักเค้กไว้บนตะแกรงทิ้งไว้จนเย็นสนิทแล้วพันพลาสติกให้รอบเค้ก หุ้มด้วยกระดาษฟลอยด์อีกทีแล้วนำเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้เนื้อเค้กชุ่มเนยมากขึ้นแล้วค่อยนำออกมาตัดแบ่งกันทานนะคะ ตัดเค้กตอนที่ยังเย็นๆ อยู่จะทำให้ตัดได้เนื้อเค้กที่เรียบสวย แต่ตัดแล้วอย่าเพิ่งทานเลยนะคะ ทิ้งไว้ให้คลายความเย็นประมาณ 20 นาทีแล้วค่อยทานเนื้อเค้กจะนุ่มขึ้นค่ะ
บอกเพื่อนๆ ไปว่าควรนำเค้กแช่เย็น 1 คืนก่อนตัดทาน แต่นั่นมันทฤษฎีค่ะ ในทางปฏิบัติคุณซาลามี่ดิชั้นตัดทานตั้งแต่เค้กยังอุ่นนิดๆ อยู่เลย ตู้ยงตู้เย็นไม่ต้องแช่มันแล้วเพราะเค้กมันหายวับไปกับตาก่อนจะมีโอกาสได้เข้าไปนอนอยู่ในตู้เย็นค่ะ แต่จะว่าไปแล้วเราชอบทานตอนหลังอบประมาณ 1 ชม. ค่ะ แบบว่าวางเค้กไว้บนตะแกรง พอเย็นปุ๊บก็ตัดโซ้ยปั๊บ อร่อยนุ่มชุ่มเนย ถ้าแช่เย็นแล้วเราว่าเนื้อมันจะแน่นขึ้นหน่อย ไม่นุ่มเนียนลิ้นเหมือนตอนอบเสร็จใหม่ๆ น่ะค่ะ