Saturday, May 1, 2010

คริสต์มาสฟรุ๊ตเค้ก : christmas fruit cake


ใกล้คริสต์มาสอีกแล้วนะคะ วันนี้เราเลยอบเค้กผลไม้ไว้แจกซะ 5 ก้อน (แต่พวกนี้เป็นรูปเก่านะคะ วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย) ปรับสูตรจากเดิมนิดหน่อย ลดแป้ง ลดน้ำตาล เพิ่มผลไม้ เพิ่มโยเกิร์ต เราแอบแบ่งส่วนผสมใส่พิมพ์เล็กๆ เพื่อชิม 1 พิมพ์ ปรากฏว่าติดอกติดใจค่ะ ชุ่มฉุ่มอร่อยกว่าสูตรเดิมที่ลงไว้มากมาย เชื่อว่าคนรับต้องปลื้มแน่ๆ หากเพื่อนๆ ยังนึกไม่ออกว่าจะทำขนมอะไรเป็นของขวัญคริสต์มาสแจกคนรอบข้างดี ลองอบเค้กผลไม้แจกดูสิคะ อบซะตอนนี้แล้วบ่มไว้ในที่เย็นประมาณ 3 อาทิตย์แล้วค่อยแต่งหน้าและแพ็คสวยๆ นำไปเป็นของฝากก็ดีนะคะ

ส่วนผสม สำหรับพิมพ์โลฟขนาด 25 ซม.
  • ผลไม้อบแห้ง 400 กรัม (เราใช้ลูกแพร์ ลูกพลัม แอพริคอท เครนเบอรี่ ลูกพีช สับปะรด แอ๊บเปิ้ล อินทผลัม กีวี ลูกเกด เปลือกส้มและมะนาว)
  • อัลมอนด์อบ 20 กรัม
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 30 กรัม
  • คอนยัค 1 ชต.
  • ไวน์คอกเทลส้ม 125 มล. (ใครทำให้เด็กกินด้วยก็ใส่น้ำผลไม้แทนส่วนนี้ได้ค่ะ)
  • แป้งเค้ก 150 กรัม
  • ผงฟู 3/4 ชช.
  • เบกกิ้งโซดา 1/4 ชช.
  • อบเชยป่น 1/4 ชช.
  • กานพลูป่น 1 หยิบมือ
  • เกลือป่น 1 หยิบมือ
  • เนยสดนุ่มๆ 120 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 70 กรัม
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
  • วานิลาบัทเทอร์ 1 ชช.
  • โยเกิร์ตธรรมชาติ 70 กรัม
วิธีทำ


หั่นผลไม้อบแห้งเป็นชิ้นไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปใส่ในชาม อัลมอนด์กับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็หั่นหยาบ ๆ แล้วใส่รวมไปด้วยค่ะ เสร็จแล้วใส่คอนยัคและไวน์คอกเทลส้มลงไปคนให้เข้ากัน แล้วใช้พลาสติกแร็ปปากชามอ่าง นำไปหมักในตู้เย็นอย่างน้อย 12 ชม. ค่ะ (บางครั้งเราหมักแค่ 8 ชม. ก็หอมตลบแล้วค่ะ) ระหว่างที่หมักก็นำออกมาคนบ้างนะคะ ผลไม้จะได้ดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ทั่วถึง

เมื่อหมักผลไม้ได้ที่แล้วหากใครหมักไม่นานพอ ผลไม้ดูดน้ำไม่หมดแล้วยังมีน้ำเหลืออยู่ในชามอ่างก็อย่าลืมสะเด็ดน้ำด้วยนะคะ น้ำที่ได้จากการสะเด็ดน้ำผลไม้อย่าทิ้งนะคะ เก็บไว้ทาเค้กตอนอบเสร็จได้ค่ะ จะได้หอมๆ และช่วยให้เค้กฉ่ำขึ้นด้วย จากนั้นก็หันไปร่อนแป้งรวมกับผงฟู เบกกิ้งโซดา อบเชย กานพลู และ เกลือรวมกัน 2 รอบค่ะ ทาเนยให้ทั่วพิมพ์แล้วกรุกระดาษไขให้ทั่วพิมพ์ด้วยค่ะ (เราขี้เกียจแค่ปูกระดาษที่ก้นพิมพ์เท่านั้น ขอบเค้กเลยไม่ค่อยสวย อย่าเลียนแบบนะคะ) อุ่นเตาอบไว้ที่ 130ซี ด้วยนะคะ


ตีเนยด้วยความเร็วกลางให้เนียนแล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปตีรวมกับเนยจนฟูเบาค่ะ จากนั้นก็ใส่ไข่ทีละฟองลงไปตีด้วยความเร็วกลางรวมกับเนย โดยแต่ละครั้งที่ใส่ไข่ต้องตีประมาณ 1 นาทีให้เข้ากับเนยดีจริงๆ แล้วถึงใส่ไข่อีกฟองลงไปตีต่อนะคะ เมื่อเข้ากันดีแล้วก็ใส่วานิลาบัทเทอร์ลงไปตีพอเข้ากันค่ะ

ใส่ครึ่งหนึ่งของส่วนผสมแป้งลงตีด้วยความเร็วต่ำพอเข้ากับส่วนผสมเนย ใส่โยเกิร์ตลงไปตีพอเข้ากัน แล้วใส่ส่วนผสมแป้งที่เหลือในอ่างผลไม้ที่หมักไว้ โดยพยายามเคล้าให้แป้งติดผลไม้ทุกชิ้นนะคะ เวลาอบผลไม้จะได้กระจายตัวทั่วถึงและไม่จมไปกองอยู่ก้นพิมพ์ที่เดียวค่ะ จากนั้นจึงเทลงไปคนหรือตีด้วยความเร็วต่ำสุดรวมกับส่วนเนยแค่พอเข้ากัน ขั้นตอนนี้ห้ามผสมนานนะคะ เอาแค่พอเข้ากันก็หยุดค่ะ

เสร็จแล้วก็เทใส่พิมพ์เกลี่ยให้เรียบเสมอกันแล้วนำเข้าอบ 130ซี ประมาณ 2 ชม. หรือจนกว่าเค้กจะสุกค่ะ เมื่อเห็นหน้าเค้กเป็นสีน้ำตาลทองแล้วก็ทดสอบโดยการนำไม้ปลายแหลมทิ่มตรงกลางเค้ก หากไม่มีเศษแป้งติดไม้มาแสดงว่าสุกแล้วค่ะ เค้กนี้ต้องอบให้สุกจริงๆ นะคะ หากยังมีเศษแป้งติดไม้ต้องอบต่ออีกสักพักค่ะ

นำเค้กออกจากเตาอบแล้วเอาออกจากพิมพ์ วางไว้บนตะแกรง ใ้ช้แปรงชุบน้ำที่เหลือจากการหมักผลไม้ทาให้ทั่วเค้กตอนที่ยังร้อนอยู่ พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิทแล้วจึงหุ้มเค้กด้วยผ้าขาวบางให้รอบๆ แล้วพันด้วยพลาสติกแร็ปอีกที ก่อนนำไปบ่มในตู้เย็นอย่างน้อย 3 อาทิตย์ก่อนทานค่ะ หากใครต้องการแช่ช่องแข็งต้องบ่มเค้กไว้ในตู้เย็น 3 อาิทิตย์ก่อนถึงจะฟรีซได้นะคะ

ก่อนเสิร์ฟ 1 ชม. นำเค้กออกจากตู้เย็น แกะพลาสติกและผ้าออก นำแยมแอพริคอท 2 ชต.ผสมน้ำนิดหน่อยอุ่นแล้วคนให้เนียน ใช้แปรงทาแยมเคลือบให้ทั่วเค้ก ตกแต่งหน้าเค้กตามชอบหรือจะไม่แต่งก็ได้ค่ะตามสะดวก ภาพล่างนี้เราใจร้อนแอบตัดชิมหลังจากแช่เย็นไว้แค่วันเดียวเองค่ะ ขนาดใจเร็วด่วนได้อย่างนี้ยังอร่อยเลยค่ะ ถ้าหมักไว้ครบ 3 อาิทิตย์เค้กน่าจะฉ่ำและอร่อยกว่านี้อีกเยอะ ตอนนี้ก็นับวันรอเลยค่ะ