Wednesday, January 15, 2014

ครีมบรูเล่ : Crème brûlée


 สวัสดีจ้า ได้ฤกษ์อัพบล็อกซะทีหลังจากห่างหายไปนาน ช่วงนี้ทำขนมปังไร้แป้งบ่อยๆ มีไข่แดงเหลือเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะทำไรก็จับมาทำครีมบรูเล่กินให้ไขมันจุกอกตายกันไปข้างทุกที พอดีเป็นของโปรดเราน่ะ ทำทีไรพุ่งใส่คนเดียวไม่แบ่งใครเลย กินบ่อยเกินก็กลัวเหมือนกันว่าคลอเรสเตอรอลจะสูง แต่เห็นไข่แดงเยอะๆ แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ค่ะ


Tuesday, November 5, 2013

แพนเค้ก : pancake



ส่วนผสม สำหรับรับประทาน 2 คน
  • แป้งเอนกประสงค์ 70 กรัม
  • ผงฟู 1/2 ชช.
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 1 ฟอง (แยกขาว-แดง)
  • เกลือป่น 1 หยิบมือ
  • นมสด 100 มล.
  • น้ำผึ้ง 1 ชช.
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1/4 ชช.
  • น้ำเชื่อมเมเปิ้ลหรือน้ำผึ้งไว้ราดแพนเค้ก
วิธีทำ 

ร่อนแป้ง ผงฟู และน้ำตาลทรายรวมกันใส่อ่างผสมใบใหญ่ ทำบ่อตรงกลาง ใส่ไข่แดง นมสด น้ำผึ้ง และวานิลาลงในบ่อแป้ง ใช้ตะกร้อมือคนเร็วๆ พอเข้ากัน จากนั้นตีไข่ขาวกับเกลือป่นจนไข่ตั้งยอดอ่อน แล้วนำไปตะล่อมเบามือให้เข้ากับส่วนผสมแป้งค่ะ

นำกระทะเทฟล่อนมาตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน ใช้ผ้าหรือคิทเช่นโรลชุบน้ำมันทากระทะบางๆ เมื่อกระทะร้อนก็ตักแป้งประมาณ 3 ชต. เทลงตรงกลางกระทะ ทอดจนเห็นว่าแป้งด้านบนเริ่มข้นและมีฟองอากาศผุดขึ้นมา ใช้ตะหลิวกลับแล้วทอดอีกด้านให้สีเหลืองทองเหมือนกันค่ะ

เสร็จแล้วตักแพนเค้กขึ้นวางบนถาดหรือจานที่รองด้วยอ่างน้ำร้อน ใช้ฝาปิดกันลมด้วยนะคะ แล้วจัดการทอดแป้งที่เหลือจนหมดค่ะ  


เมื่อทอดเสร็จแล้วจัดแพนเค้กใส่จานเสิร์ฟ ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ลหรือน้ำผึ้ง ทานคู่กับผลไม้สดเช่น ผลไม้ตระกูลเบอรี่ กล้วยหอม กีวี ฯลฯ แพนเค้กนี้ต้องทานตอนอุ่นๆ ทำเสร็จใหม่ๆ จะอร่อยมากค่ะ




ลองทำดูนะคะ ทำไม่ยาก อุปกรณ์ไม่เยอะ แป๊บเดียวก็ได้อาหารเช้าอร่อยๆ ให้สมาชิกในบ้านได้หม่ำกันแล้วค่ะ เจอกันบล็อกหน้านะคะ จุ๊บๆ



Monday, October 28, 2013

กูลาช : Gulasch



ลงสูตรกูลาชไว้ตั้งแต่ทำเวปจนเปลี่ยนมาทำบล็อกตั้งหลายปีแล้ว เพิ่งรู้ว่าไม่ได้ลงเป็นภาษาไทยไว้ด้วย วันนี้เลยถือโอกาสเอาของเก่ามาเล่าใหม่นะคะ

ส่วนผสม  สำหรับรับประทาน 4 คน
  • เนื้อวัว 500 กรัม (หรือจะใช้เนื้อหมู/เนื้อไก่ก็ได้ ตามชอบค่ะ)
  • หอมหัวใหญ่ขนาดใหญ่ 1 หัว (ถ้าขนาดเล็กใช้ 2 หัวค่ะ)
  • แครอท 1 หัว (ถ้าหัวเล็กใช้ 2 หัวค่ะ)
  • พริกหวานสีแดง 1 ลูก (เราใช้พริกหวาน 3 สี อย่างละครึ่งลูกค่ะ)
  • กระเทียม 1 กลีบใหญ่ (ถ้ากลีบเล็กก็สัก 2-3 กลีบ)
  • น้ำมันมะกอก 1 ชต.
  • อบเชยป่น 1/4 ชช.
  • แคราเวย์ 1/4 ชช.
  • กานพลู 1 ก้าน หรือชนิดผง 1 หยิบมือ
  • ผงปาปริก้าป่น 1 ชช.
  • พริกไทยดำบด 1 ชช.
  • เกลือป่น 1/2 ชช.
  • พารส์ลีย์แห้ง, มาโจแรมแห้ง อย่างละ1/4 ชช. (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)
  • ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 125 มล.
  • น้ำซุป 400 มล.
วิธีทำ
หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋าขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 ซม. ปอกเปลือกหอมหัวใหญ่แล้วหั่นเป็นเส้นหนา 1 ซม. หรือหั่นเต๋าขนาด 3 ซม. ก็ได้ค่ะ ส่วนแครอทก็ล้างให้สะอาดแล้วหั่นหนาประมาณ 1 ซม. พริกหวานล้างแล้วหั่นเส้นหนาประมาณ 1 ซม. เช่นกันค่ะ   กระเทียมก็ปอกเปลือกแล้วหั่นหยาบ

นำหม้อตั้งไฟกลาง ใส่หอมหัวใหญ่ลงไปแล้วตามด้วยน้ำมันมะกอก ผัดจนส่งกลิ่นหอมก็ตักออกจากหม้อ พักไว้ก่อน จากนั้นใส่เนื้อที่หั่นไว้ลงไปผัดจนมีสีสวย (เราขี้เกียจหลายขั้นตอนเลยผัดเนื้อกับหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกรวมกันทีเดียวเลยค่ะ ยังคงคอนเซ็ปท์มั่วนิ่มอยู่ ฮี่ๆ)

เมื่อเนื้อมีสีสวยดีแล้วก็ใส่อบเชยป่น แคราเวย์ กานพลู ผงปาปริก้า พริกไทยดำ เกลือ พาร์สลีย์ และมาโจแรมลงไปผัดรวมกันสัก 1 นาที  เสร็จแล้วก็ใส่แครอท พริกหวาน และกระเทียมที่เราหั่นไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่ซอสมะเขือเทศเข้มข้นลงไปคนให้เข้ากัน ปิดฝาหม้อไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงใส่น้ำซุปลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาตุ๋นประมาณ 2 ชม. (คนเป็นครั้งคราวค่ะ)

ระหว่างตุ๋นก็สังเกตุดูน้ำซุปด้วยค่ะ ถ้ารู้สึกว่าแห้งไปก็เติมน้ำซุปเพิ่มได้นิดหน่อย แต่ไม่ควรให้เหลวเกินไปเพราะรสชาติสตูว์จะไม่เข้าข้นเท่าที่ควรค่ะ  (ความข้นของน้ำซุปก็ประมาณแกงกะหรี่ญี่ปุ่นน่ะค่ะ) ชิมรสตามชอบนะคะ ถ้าอ่อนเค็มก็เติมเกลือลงไป ถ้ารสยังไม่จัดพอก็ใส่พริกไทยเพิ่มค่ะ

กูลาชนี้จะทานคู่กับคเนอเดลหรือมันฝรั่งต้มธรรมดาก็ได้ค่ะ  เข้ากันดีมาก เราไม่ได้ลงสูตรคเนอเดลให้เพราะมันทำยุ่งยากมาก ซื้อแบบกึ่งสำเร็จรูปมาต้มเองสะดวกกว่าเยอะค่ะ 

Monday, August 26, 2013

Nussplunder


เราเคยกินเจ้านัทเดนิชนี้ครั้งแรกเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว พ่อซื้อมาให้จากร้านเบเกอรี่โปรดของพ่อ ตอนเห็นหน้าตาก็ไม่ค่อยรู้สึกอยากจะกินนัก เพราะเมื่อก่อนไม่ชอบกินครัวซอง และไม่โปรดปรานบรรดานัททั้งหลาย แล้วก็ไม่ชอบอะไรแห้งๆ แต่เพราะพ่อซื้อมาให้เลยต้องกินเพราะเกรงใจ กัดไปคำแรก เออ ก็โอเคนะ รสชาติไม่แย่อย่างที่คิด กัดคำที่สองโดนไส้ไปเต็มๆ โอ๊ย! อร่อยอ่ะ  สรุปกินอย่างมีความสุขจนหมดชิ้นเลย หลังจากนั้นพอผ่านร้านเบเกอรี่นี้เมื่อไหร่เราก็แวะซื้อเจ้านี่กลับบ้านตลอด ติดใจ 55


ต่อมาพอเริ่มหัดทำอาหารและขนมเองแล้ว ก็เริ่มแข็งข้อกับบรรดาร้านอาหารและร้านเบเกอรี่ พอไปกินอาหารร้านไหนก็มักจะจำเอารสชาติของอาหารที่เราชอบมามั่วทำตามที่บ้าน ได้รสเป็นที่พอใจเมื่อไหร่ก็ทำกินเองตลอด เช่นเดียวกันกับขนมหรือเค้กต่างๆ เดี๋ยวนี้ทั้งร้านอาหารและเบเกอรี่ได้ตังค์เราน้อยมาก คือจะได้เฉพาะเวลาที่เราขี้เกียจจริงๆ นอกนั้นทำเองหมด ตอนทำก็มีความสุข ตอนกินก็มีความสุขแถมยังสบายใจด้วยค่ะ เพราะอย่างนี้เลยอยากชวนเพื่อนๆ ที่พอมีเวลามาทำอาหารและขนมกินกันในครอบครัวแทนการออกไปกินอาหารนอกบ้าน ช่วยกันทำ ช่วยกันกิน เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ดีมากๆ อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

ส่วนผสมแป้ง  สำหรับเดนิส 12 ชิ้น
  • ยีสตแห้ง 7 กรัม (ยีสต์สด 21 กรัม)
  • นมสด 250 มล.
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • แป้งขนมปัง 500 กรัม
  • เกลือป่น 10 กรัม
  • ไข่ไก่ขนาดเล็ก 1 ฟอง
  • เนยสด 220 กรัม
  • ไข่แดง 1 ฟอง + นมสด 1 ชช สำหรับทาผิวก่อนอบ

Monday, June 24, 2013

สตรอว์เบอรี่มูสเค้ก : Strawberry Mousse Cake


เมื่อวานไปเก็บสตรอว์เบอรี่มา ลูกใหญ่เบิ้ม หอม หวานมากๆ อดใจไม่ไหวเลยทำสตรอว์เบอรี่มูสเค้กไปฝากพ่อกับแม่หน่อย ใช้คุณปู้จายขับรถเอาไปให้แม่ พนักงานส่งสินค้ายังกลับไม่ถึงบ้านเลย พ่อกับแม่โทรมา ไม่พูดไม่จาแต่ทำเสียงจิ๊บจั๊บ อื้อๆ เพื่อบอกให้รู้ว่ากำลังกินเค้กอยู่ และอร่อยมาก 55 พ่อกับแม่น่ารักอ่ะ

ภาพวิธีทำมีไม่ครบนะคะ แถมยังเป็นรูปที่รวมจากการทำคนละครั้งด้วย หลงๆ ลืมๆ บางขั้นตอนถ่ายไว้ บางขั้นตอนก็เพลินจนลืม ขอโทษทีนะคะ  

ส่วนผสมตัวเค้ก สำหรับสปริงฟอร์มขนาด 20 ซม. 
  • แป้งเค้ก 65 กรัม
  • ผงฟู 1 ชช.
  • น้ำตาลทราย ก. 50 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง (แยกขาว-แดง)
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • น้ำตาลทราย ข. 20 กรัม
  • นมสด 45 กรัม
  • น้ำมันพืช 30 กรัม
  • น้ำมะนาว 1/2 ชต.  
  • กลิ่นมะนาว 1/2 ชช.