Saturday, September 24, 2011

เค้กกล้วยหอม : Banana Cake


วันนี้ได้ฤกษ์ลงสูตรเค้กกล้วยหอมตามคำขอของคุณณัฐซะทีค่ะ ขอไว้เป็นอาทิตย์แล้วแต่เราไม่มีโอกาสทำซะที แต่วันนี้เห็นว่ากล้วยหอมงอมเต็มที่ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนเหลือเกิน อย่ากระนั้นเลย จับมาทำเค้กกล้วยหอมเพื่อถ่ายรูปลงสูตรให้คุณณัฐดีกว่า   

ว่าแต่เรารีบทำ รีบถ่ายรูป ไม่มีเวลาจัดฉาก จัดแสงอะไร เลยไม่มีรูปสวยๆ มาฝาก ขอโทษด้วยนะคะ  ไว้วันหน้าวันหลังเผื่อได้ทำใหม่อีกรอบแล้วจะถ่ายรูปสวยๆ มาเปลี่ยนให้ค่ะ ยังไงซะถึงรูปไม่สวยแต่รสชาติเนี่ยเรารับประกันว่าอร่อยค่ะ เค้กเนื้อนุ่มดี แล้วก็ได้รสกล้วยหอมเต็มปากเต็มคำดีด้วยค่ะ


เค้กกล้วยหอมสูตรนี้หากใครจะอบใส่พิมพ์มัฟฟินก็ได้นะคะ แต่ตอนอบให้ใช้ไฟ 180 องศาเซลเซียสตลอดการอบค่ะ ใช้เวลาอบประมาณ 20-25 นาทีก็สุกแล้วค่ะ  ทำเป็นแบบมัฟฟินก็สะดวกและดูน่ารักน่ากินไปอีกแบบเหมือนกันนะคะ 

ส่วนผสม
  • กล้วยหอมสุกงอมน้ำหนักไม่รวมเปลือก 300 กรัม  (ประมาณ 2 ลูกใหญ่เบิ้มนะคะ)
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1 ชช. (Butter-Vanille Aroma)
  • แป้งเอนกประสงค์ 200 กรัม (Weizenmehl Type 405)
  • ผงฟู 1 ชช. (Backpulver)
  • เบกกิ้งโซดา 1/2 ชช. (Backnatron, Kaisernatron)
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 110 กรัม (Zucker, fein)
  • น้ำมันพืช 80 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
หมายเหตุ  ใครจะใส่วอลนัทสับหยาบ, ลูกเกด หรือช็อคโกแลตชิปส์ ลงไปผสมในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเทใส่พิมพ์อบก็ได้นะคะ แต่เราไม่ชอบเลยไม่ได้ใส่ค่ะ


วิธีทำ   เตรียมพิมพ์โลฟขนาด 25x11 ซม.  ปูกระดาษไขรองพิมพ์ หรือจะใช้วิธีทาเนยบางๆ ให้ทั่วพิมพ์แล้วโรยแป้งแทนก็ได้ค่ะ  อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียสด้วยนะคะ


ร่อนแป้งรวมกับผงฟูและเบกกิ้งโซดา 1 ครั้งค่ะ  แต่เราขี้เกียจจริงๆ เลยใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันแทนค่ะ ก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นไปได้ใช้ร่อนจะดีกว่านะคะ เพราะนอกจากส่วนผสมจะเข้ากันดีแล้วยังช่วยไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อนด้วยค่ะ  เมื่อร่อนแป้งเสร็จแล้วเราก็จัดการบดกล้วยหอมกับวานิลารวมกัน จะใช้ที่บดมันฝรั่งหรือใช้ส้อมบดเหมือนเราก็ได้ค่ะ แล้วแต่สะดวก

จากนั้นก็ตอกไข่ใส่อ่างผสม ตามด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันพืช และเกลือป่น ตีรวมกันด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 3 นาที จนไข่ฟูและมีลักษณะค่อนข้างข้นค่ะ  จากนั้นก็ใส่กล้วยบดลงไปตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้ากันดีกับส่วนผสมไข่ แล้วจึงใส่ส่วนผสมแป้งที่เราร่อนไว้ลงไปพรวดเดียวเลย ตีด้วยความเร็วต่ำประมาณ 1 นาที หรือพอส่วนผสมเข้ากันดีก็หยุดค่ะ เสร็จแล้วก็ใช้ไม้พายกวาดไปที่ก้นและขอบอ่างเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีเศษแป้งนอนอยู่ก้นอ่างค่ะ  จากนั้นหากใครอยากใส่วอลนัทสับหยาบ, ลูกเกด หรือช็อคโกแลตชิปส์ ก็ใส่ลงไปตอนนี้เลยค่ะ ใช้ไม้พายวนแค่ 3-4 ครั้งก็พอ แล้วก็เทใส่พิมพ์ที่เราเตรียมไว้ค่ะ 

นำเข้าอบไฟบน-ล่าง โดยวางพิมพ์ในชั้นที่ 2 จากล่าง  อบไฟ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาที เปิดฝาเตาอบแล้วใช้มีปลายแหลมกรีดตรงกลางเค้กเป็นทางยาวเพื่อช่วยให้เค้กมีรอยแตกที่สวยงามค่ะ  กรีดเสร็จก็ปิดเตาอบแล้วลดไฟลงเหลือ 160 องศาเซลเซียส อบต่ออีกประมาณ 50 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุกและมีสีสวยค่ะ  ทดสอบว่าเค้กสุกหรือยังโดยการใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มลงตรงกลางเค้ก หากไม่มีเศษแป้งติดไม้มาก็แสดงว่าเค้กสุกแล้วค่ะ 

นำเค้กออกจากเตาอบ วางบนตะแกรงพักให้อุ่นในพิมพ์ประมาณ 5 นาที แล้วจึงนำเค้กออกจากพิมพ์แล้วพักบนตะแกรงให้เย็นสนิทค่ะ เมื่อเค้กเย็นสนิทใครจะตัดเสิร์ฟเลย หรือจะตัดเป็นชิ้นๆ แล้วห่อพลาสติกให้มิดชิด ก่อนจะนำไปใส่กล่องพลาสติกเก็บในช่องฟรีซไว้ทานวันหลังก็ได้นะคะ เก็บไว้ได้เป็นเดือนเลยค่ะ



เค้กเย็นสนิทแล้วก็ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดหนาบางตามชอบค่ะ เนื้อเค้กที่ได้นุ่มอร่อย ฉ่ำดีค่ะ  เราบดกล้วยไม่ละเอียดมาก กัดไปแล้วเจอกล้วยชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อารมณ์เค้กกล้วยหอมดีค่ะ หวังว่าคุณณัฐและเพื่อนๆ ที่ลองทำจะชอบเหมือนเรานะคะ