Wednesday, February 27, 2013

มัฟฟินช็อคโกแล็ต : Chocolate Muffins



สวัสดีจ้าทุกคน กลับมาอัพบล็อกอีกครั้งหลังจากหายไปซะนาน พอดีหน้าหนาวที่นี่มันหนาวจับใจจริงๆ เลยหนีกลับไปเมืองไทยมาน่ะค่ะ แต่พออยู่เมืองไทยก็ร้อนได้ใจดีอีกเหมือนกัน (ตัดสินใจไม่ถูกเลยทีเดียวว่าอากาศร้อนจัดกับหนาวจัดเนี่ยอยู่ที่ไหนดีกว่ากัน) พอกลับจากเมืองไทยมาเจอหิมะเข้าไปอีกก็เจอไข้หวัดรับประทานไปเป็นอาทิตย์เลยค่ะ เซ็งมากๆ 

บ่นพอหอมปากหอมคอแล้ว วันนี้มีสูตรมัฟฟินอร่อยๆ มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ ซึ่งปกติเรากับมัฟฟินช็อคโกแล็ตเนี่ยเป็นอะไรที่ไม่ถูกกันเลยจริงๆ ไม่ชอบกินเอามากๆ แต่พอดีตอนกลับจากไทยใหม่ๆ คนที่บ้านซื้อมัฟฟินช็อคโกแล็ตมาให้ชิมเพราะดูหน้าตาแล้วน่ากินมาก แล้วทางร้านก็เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ยังอุ่นๆ อยู่เลย เราก็กินอย่างเสียไม่ได้ พอเข้าปากคำแรกเนี่ย โอ้... ทำไมมันอร่อยอย่างนี้ เนื้อมัฟฟินนุ๊มนุ่ม มีช็อคโกแล็ตเยิ้มๆ อยู่ข้างในประปราย อร่อยมากๆ หลังจากนั้นก็เลยพยายามทำตามอยู่ 2 ครั้งก็ยังไม่เหมือนที่ซื้อกิน พอครั้งที่ 3 เนี่ยแหละค่ะที่ออกมาใกล้เคียงที่สุด ถึงจะไม่ใช่ซะทีเดียวแต่ก็อร่อยไปอีกแบบเลยตัดสินใจนำสูตรมาลงบล็อกให้เพื่อนๆ ลองทำดูค่ะ ไปดูสูตรกันเลยนะคะ

ส่วนผสม  สำหรับมัฟฟิน 8 ถ้วย
  • Dark chocolate 70 กรัม
  • เนยสด 50 กรัม 
  • Bittersweet chocolate  50 กรัม
  • White chocolate 20 กรัม (สำหรับโรยหน้า)
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 120 กรัม
  • ผงโกโก้ 10 กรัม
  • ผงฟู 1 ชช.
  • เบกกิ้งโซดา 1/2 ชช.
  • ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 70 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • กลิ่นวานิลาบัทเทอร์ 1 ชช.
  • กลิ่นรัม 3-4 หยด
  • นมสด 100 กรัม (เราใช้นมสด 70 กรัม+โยเกิร์ตธรรมชาติ 30 กรัมค่ะ นุ่มกว่าใช้นมสดอย่างเดียวนิดนึง)
วิธีทำ


สับดาร์กช็อคโกแล็ตกับเนยรวมกันในชามหรือภาชนะที่เข้าไมโครเวฟได้   Bittersweet chocolate หั่นเต๋าขนาดใหญ่แยกไว้ ไวท์ช็อคก็หั่นเต๋าเล็กๆ ไว้โรยหน้ามัฟฟินก่อนอบค่ะ  ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา และผงโกโก้รวมกันไว้ด้วยนะคะ เมื่อเตรียมของเรียบร้อยแล้วก็จัดการอุ่นเตาอบไว้ที่ 200 องศาเซลเซียส แล้ววางถ้วยกระดาษในพิมพ์มัฟฟินรอไว้เลยค่ะ


ละลายช็อคโกแล็ตกับเนยสดในไมโครเวฟด้วยไฟต่ำสุดประมาณ 1 นาที นำออกมาคน แล้วนำเข้าเวฟต่ออีก 20 วินาที แล้วนำออกมาคน ทำอย่างนี้จนกว่าช็อคโกแล็ตจะละลายหมดค่ะ  จากนั้นตอกไข่ใส่อ่างผสม ตามด้วยน้ำตาลทราย นมสด กลิ่นวานิลา และกลิ่นรัม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันค่ะ  

เสร็จแล้วเทช็อคโกแล็ตที่ละลายไว้ใส่อ่างไข่ คนให้เข้ากัน แล้วใส่ส่วนผสมแป้ง และ Bittersweet chocolate ที่เราสับไว้ ลงไปคนแป๊บๆ แค่พอเข้ากัน (อย่าคนนานนะคะเดี๋ยวมัฟฟินไม่นุ่ม)  


ตักส่วนผสมใส่ประมาณ 2/3 ของพิมพ์แล้วโรยหน้าด้วยไวท์ช็อคฯ  นำเข้าอบไฟ 200 องศาเซลเซียสประมาณ 18-20 นาที หรือจนมัฟฟินสุก นำออกจากเตาอบแล้วนำถ้วยกระดาษออกจากพิมพ์มัฟฟิน วางบนตะแกรงจนขนมอุ่นจนใกล้เย็นสนิทก็ทานได้ค่ะ ง่ายมากเลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่สังเกตได้ว่าพิมพ์ขนมนี่สำคัญมากเลยเนอะ เราว่าแบบที่ใส่ถ้วยแบบสีขาวรูปทรงขนมจะออกมาเป็นโดมสวยกว่าที่ใส่ถ้วยสีแดงและเหลืองนะคะ


มัฟฟินสูตรนี้ทานตอนที่ยังไม่เย็นสนิทจะอร่อยที่สุดเลยค่ะ เนื้อขนมจะนุ่มมาก แล้วที่ทำให้อร่อยเป็นพิเศษก็คือช็อคโกแล็ตที่เยิ้มๆ อยู่ข้างใน แต่ถ้าทิ้งมัฟฟินให้เย็นสนิทหรือค้างคืนแล้ว เนื้อจะแน่นขึ้นนิดนึงและช็อคโกแล็ตในเนื้อขนมก็จะเซ็ตตัว ไม่เยิ้มชวนฝันเหมือนตอนยังอบใหม่ๆ ค่ะ 

รูปบนนี้เราใส่ช็อคโกแล็ตชิปส์ไป อบแล้วไม่เยิ้มเหมือนช็อคโกแล็ตแบบบล็อกค่ะ แต่พอดีเราไม่มีรูปถ่ายเนื้อขนมตอนอบเซ็ตต่อๆ มาเลยต้องใช้รูปที่ทำครั้งแรกแทนไปก่อนค่ะ  ใครเป็นแฟนช็อคโกแล็ตมัฟฟินลองทำดูนะคะ เผื่อจะชอบ  แล้วเจอกันบล็อกหน้าเร็วๆ นี้ค่ะ

Wednesday, November 28, 2012

คริสต์มาสคุ๊กกี้ : Christmas Cookies


เทศกาลคริสต์มาสใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ช่วงนี้เราก็เลยวุ่นๆ อยู่กับการอบคุ๊กกี้แจกญาติๆ และเพื่อนสนิทมิตรสหายอยู่ค่ะ คุ๊กกี้ที่ทำก็มีทั้งคุ๊กกี้เนย คุ๊กกี้แยม คุ๊กกี้คริสต์มาสแบบฉบับเยอรมัน ฯลฯ ส่วนมาคารองที่เห็นในกล่องเอามาฝากไว้เฉยๆ พอดีเป็นโรคจิตค่ะ เห็นไข่ขาวเป็นไม่ได้ ต้องจับมาทำมาคารองตลอดๆ 

ไม่อารัมภบทล่ะ พูดไม่เก่ง 55+ มาดูสูตรคุ๊กกี้ต่างๆ กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง เริ่มกันด้วยสูตรคุ๊กกี้เนยสดเลยแล้วกันนะคะ

Thursday, November 1, 2012

บลูเบอรี่มัฟฟิน : Blueberry Muffins

 

เมื่อหลายวันก่อนนี้เราลองทำบลูเบอรี่มัฟฟินสูตรใหม่ดู โดยพยายามเลียนแบบบลูเบอรี่มัฟฟินที่ชอบซื้อกินที่ร้านโปรด มัฟฟินของเค้ารสชาติอร่อย นุ่ม และมีบลูเบอรี่ตู้มมากๆ อร่อยจริงๆ แต่จากเนื้อสัมผัสที่กินเราเชื่อว่าเค้าจะต้องใส่สารเสริมอะไรสักอย่างเข้าไปด้วยแน่ๆ คือมันอร่อยมากจริงๆ แต่มันไม่ให้ความรู้สึกของขนมโฮมเมดน่ะค่ะ และเพราะอย่างนี้เราเลยพยายามทำเลียนแบบ ปรับสูตรโน่นนี่นั่นไปเรื่อยเปื่อยเหมือนเคย จนในที่สุดก็ได้มัฟฟินที่มีรสชาติและเนื้อขนมที่ใกล้เคียงกับที่ร้านมาก อาจจะนุ่มสุดๆ เหมือนที่ร้าน แต่ก็พอใจที่สุดแล้วค่ะ 

งานนี้ไม่ได้ตั้งใจลงสูตรเลยไม่ได้ถ่ายภาพวิธีทำไว้นะคะ แต่จริงๆ คงไม่จำเป็นเท่าไหร่เพราะวิธีทำง่ายมากๆ ไม่ซับซ้อนเลย มือใหม่ทำตามได้สบายค่ะ

Sunday, October 21, 2012

สองอาทิตย์ที่วุ่นวายอยู่กับมาคารอง : Obsessed with Macarons...Again



สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้ทำขนมอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากเจ้าแซนด์วิชคุ๊กกี้แสนหวานหรือมาคารองนั่นแหละค่ะ ล็อตแรกทำส่งให้เพื่อนประมาณ 80 คู่ ล็อตต่อมาทำเป็นของขวัญวันเกิดเพื่อนประมาณ 120 คู่  สรุปแล้วก็ทำไปประมาณ 200 คู่ เราปอกเปลือกนัทและป่นเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ เฮซัลนัท พิสตาชิโอ หรือถั่วลิสง กว่าจะได้มาคารองมาเยอะแยะขนาดนี้คนทำก็ปาดเหงื่อเลยเหมือนกันค่ะ


ล็อตที่ส่งไปให้เพื่อนไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เลยจำไม่ได้ว่าทำรสอะไรไปบ้าง ส่วนล็อตนี้ทั้งหมดทำให้วันเกิดเพื่อน ทำปริมาณมากก็เลยมีหลากรสเหลือเกิน รูปบนนี้เป็นพิสตาชิโอ มิกซ์เบอรี่ เลมอน และป๊อบปี้ซี๊ด

Monday, October 1, 2012

เค้กกล้วยหอม (สูตร 2) : Banana Cake



สวัสดีจ้า วันนี้มีสูตรเค้กกล้วยหอมอีกหนึ่งสูตรมาฝากค่ะ (อย่าบ่นน๊าว่าเค้กกล้วยหอมอีกแล้วเหรอ) พอดีเมื่อวันก่อนอยากกินเค้กกล้วยหอมมาก ก็เลยลงมือทำซะหน่อยแต่จะทำสูตรเดิมๆ ก็ไม่สนุกอีก เปลี่ยนสูตรบ้างดีกว่า กล้วยหอมที่มีก็ยังไม่งอม แต่ไม่เป็นไรยังไงก็จะทำ เลือกใส่พิมพ์มัฟฟินแทนพิมพ์โลฟ กินง่ายเคลื่อนย้ายสะดวกดี สูตรนี้เนื้อนุ่มเบา หวานกำลังดีค่ะ มาดูสูตรกันเลยนะคะ

ส่วนผสม สำหรับพิมพ์มัฟฟิน 10-12 ชิ้น 
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 150 กรัม
  • เบกกิ้งโซดา 1 ชช.
  • ผงฟู 1/2 ชช.
  • กล้วยหอมสุกงอม 200 กรัม
  • วอลนัทสับหยาบ 50 กรัม (เราใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบให้หอมให้สับ)
  • เนยเค็มอุณหภูมิห้อง 55 กรัม
  • น้ำตาลทราย 90 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 ชช.
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กลิ่นวานิลา 1/2 ชช.
  • วิปปิ้งครีม 50 กรัม (ในรูปเราใส่โยเกิร์ตแทนเพราะวิปปิ้งครีมหมด ก็ใช้ได้เหมือนกันค่ะ แต่วิปปิ้งครีมจะนุ่มกว่าหน่อย)