Thursday, July 30, 2009

เลมอนเคิร์ดชีสเค้ก : Lemon Curd Cheesecake

เลมอนเคิร์ดชีสเค้กเนี่ยเป็นชีสเค้กที่เราโปรดปรานเหลือเกิน แต่สามีและพ่อแม่กลับไม่ค่อยชอบเท่าไรค่ะ เค้าจะกินเต็มที่ก็สองชิ้นเท่านั้น ส่วนเราปลื้มที่เนื้อชีสเค้กนุ่มอร่อย ตัดกับเคิร์ดมะนาวเปรี้ยว หวาน หอม ชื่นใจมากๆ เคยทำแล้วกินคนเดียวทั้งถาดก็มีค่ะ ก็มันเพลิน แต่เราจะไม่ชอบพวกฐานชีสเค้กน่ะ ไม่ว่าจะเป็นฐานประเภทไหน เวลากินก็เขี่ยๆ มันทิ้งตลอดค่ะ

ส่วนผสมฐานครัสท์ สำหรับถาดขนาด 18x18 ซม.

  • เนยสดเย็น 30 กรัม
  • ไข่ไก่ 1/2 ฟองเล็ก
  • น้ำตาลทรายแดง 15 กรัม
  • ผิวมะนาวขูด 1/2 ชช. หรือกลิ่นมะนาว 2-3 หยด
  • เกลือป่น 1 หยิบมือ
  • แป้งอเนกประสงค์ 60 กรัม
วิธีทำ
อุ่นเตาอบไว้ที 200°C/400°F เตรียมถาดทาเนยบางๆ ให้ทั่ว แล้วปูกระดาษไขทับ จากนั้นก็หันมาตีเนยตีเนยรวมกับไข่แดง น้ำตาลทราย วานิลา และเกลือพอเข้ากัน แล้วใส่แป้งลงไปตีด้วยความเร็วต่ำแค่พอเข้ากัน อย่าตีนานนะคะเดี๋๋ยวแป้งเหลว จากนั้นก็คลึงแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมให้ใหญ่เท่าฐานพิมพ์ แล้ววางแป้งที่บนถาด ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วแผ่นแป้ง นำเข้าอบประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าจะมีสีน้ำตาลสวยค่ะ จากนั้นนำออกจากเตาอบ แล้วพักให้เย็นในถาดค่ะ
ส่วนผสมชีสเค้ก
1. ครีมชีส 250 กรัม
2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
3. น้ำตาลทราย 50 กรัม
4. กลิ่นมะนาว 1/2 ชช.
5. น้ำมันพืช 1 ชต.
6. เฮฟวี่ครีม 100 มล.
7. ผิวมะนาวขูด 1 ชช.
8. ผงวานิลลาพุดดิ้ง 10 กรัม

วิธีทำ
อุ่นเตาอบ 170 องศาเซลเซียส ตีครีมชีสด้วยความเร็วต่ำให้เนียน จากนั้นจึงใส่ไข่ น้ำตาลทราย และกลิ่นมะนาวลงไปตีรวมกัน สุดท้ายใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตีแค่พอเข้ากัน เทใส่พิมพ์ที่กรุฐานไว้เรียบร้อยแล้วปาดให้เรียบเสมอกันดีค่ะ

ส่งเข้าเตาอบ อบไฟบน-ล่างจนหน้าเค้กเซ็ตตัวดี ใช้เวลาอบประมาณ 40 นาทีค่ะ พอสุกก็เอาชีสเค้กออกมาวางบนตะแกรงให้เย็นอุณหภูมิห้องค่ะ ระหว่างที่รอเค้กเย็นเราก็ไปทำเลมอนเคิร์ดไว้ราดหน้าเค้กกันนะคะ

ส่วนผสมเลมอนเคิร์ด
1. ไข่แดง 2 ฟอง
2. ไข่ทั้งฟอง 1 ฟอง
3. น้ำมะนาว 60 มล.
4. ผิวมะนาวขูดจากมะนาว 1 ลูก
5. น้ำตาลทราย 65 กรัม
6. เนยเค็ม 40 กรัม
นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้ร้อนจนเดือดแล้วลดไฟอ่อนสุด ใส่ไข่ น้ำมะนาว และน้ำตาลทรายลงในอ่างผสม นำอ่างวางบนหม้อน้ำร้อน (วิธีเดียวกับ double boiler) ใช้ตะตร้อมือคนส่วนผสมตลอดเวลา คนไปเรื่อยๆ ใจเย็นๆ จนส่วนผสมกลายเป็นครีมข้น ใช้เวลาประมาณ 8-10 นาทีค่ะ จากนั้นยกลงจากเตา เทใส่กระชอนกรองทันทีเพื่อให้เนื้อเนียน กรองแล้วใส่เนยและผิวมะนาวขูดลงไปคนให้เนยละลายหมด แล้วใช้พลาสติกแร็ปหน้าเคิร์ดไว้ นำเข้าตู้เย็นรอให้ชีสเค้กเย็นสนิทแล้วจึงนำเคิร์ดมาราดหน้าชีสเค้กค่ะ
เมื่อราดหน้าชีสเค้กด้วยเคิร์ดแล้วก็นำไปเข้าตู้เย็นไว้สัก 2 ชม. เพื่อให้เคิร์ดเซ็ตตัวก่อนนำออกมาตัด จะทำให้ตัดได้เรียบสวยดูน่าทานนะคะ หากรีบตัดก่อนรับรองเลอะเทอะเปรอะเปื้อนแน่นอนค่ะ
ใครลองทำก็ขอให้อร่อยๆ กันทุกคนนะคะ หากทำแล้วผลที่ได้ออกมาถูกใจหรือไม่ชอบยังไงกระซิบบอกกันมั่งก็ดีค่ะ เพราะถ้ารู้ว่าโพสท์แล้วมีคนลองทำตามเจ้าของบล็อกจะได้มีแรงอัพเดทบ่อยๆ นะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวรู้สึกว่าบ้านร้างก็จะพาลขี้เกียจอัพไปเลยค่ะ เมี้ยวๆ

ต้มกระดูกหมูผักกาดดอง : Pickled lettuce soup with spare rips

วันนี้แอบมาโพสต์สูตรต้มกระดูกหมูผักกาดดองก่อนจะหลบหน้าหลบตาไป 3-4 วัน หนีไปเที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่บ้านมากค่ะ เมืองที่จะไปเที่ยวชื่อเมือง Cochem เป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำ โรแมนติกมากๆ อยากไปมาตั้งนานแล้วแต่ก็ขับรถข้ามไปข้ามมา ไม่ได้แวะซะที ครั้งนี้เห็นว่าอากาศกำลังดีเลยต้องไปเยือนซะหน่อย และก่อนจะหายไปก็ขออัพบล็อกส่งท้ายนิดนึง วันนี้มีอาหารง่ายๆ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีมาฝากค่ะ

ต้มกระดูกหมูผักกาดดองเนี่ยสมัยอยู่เมืองไทยยังทำกับข้าวกินเองไม่เป็น พี่สาวกับเพื่อนสาวจะเป็นคนทำให้กินบ่อยๆ ค่ะ ชอบมากกกกกก กินเล่นคนเดียวได้เป็นหม้อ (เล็กๆ) เลย คุณปู้จายเคยกินที่ร้านอาหารที่เมืองไทยครั้งนึงแล้วเธอไม่ชอบ แต่วันนี้เราอยากกินเลยไม่สนใจล่ะ ไม่ชอบก็จะทำ 55 จริงๆ แล้วก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าทำยังไง ต้องใส่อะไรบ้าง ก็ทำไปตามสัญชาิตญาณอันน้อยนิดค่ะ รสชาติที่ออกมาก็ไม่ได้ต่างจากที่พี่และเพื่อนทำให้กินเท่าไรนัก พอทำเสร็จคิดว่าท่านที่บ้านจะไม่กินแต่ที่ไหนได้ เธอบอกว่าอร่อย ซดน้ำเพลินเลย อ๊ะ.. อย่างนี้มีหวังไฟเขียวให้ทำได้บ่อยๆ แน่

ส่วนผสมโดยประมาณ สำหรับ 2-3 คน
  1. กระดูกหมู 300 กรัม
  2. ผักกาดกระป๋อง 200 กรัม
  3. แครอท 1 หัว
  4. กระเทียม 1 กลีบใหญ่
  5. พริกไทยเม็ด 1/2 ชช.
  6. รากผักชี 1 ราก
  7. น้ำมันพืช 1 ชต.
  8. น้ำมันหอย 1/2 ชต.
  9. ซีอิ๊วขาว 2 ชต.
  10. น้ำปลา 1 ชต.
  11. น้ำตาลทราย 1/4 ชช.
  12. น้ำ 500 มล.
วิธีทำ
ผักกาดดองสะเด็ดน้ำพักไว้ แครอทปอกเปลือกแล้วหั่นตามชอบ กระเทียมปอกเปลือกนอกแล้วหั่นหยาบๆ รากผักชีซอยหยาบๆ โขลกกระเทียม พริกไทย และรากผักชีรวมกันให้ละเีอียด

ใส่น้ำมันพืชในหม้อ ตั้งไฟจนร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดจนส่งกลิ่นหอม ไม่ต้องผัดให้ถึงกับเครื่องมีสีเหลืองนะคะ จากนั้นใส่กระดูกลงไปผัดจนหมูตึงและเริ่มเปลี่ยนสีค่ะ

ใส่แครอท น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน เติมน้ำให้ท่วมแล้วปิดฝาหม้อรอให้เดือด หมั่นช้อนฟองทิ้งด้วยก็ดีค่ะ น้ำซุปจะได้ใสๆ น่ากิน เมื่อน้ำเดือดแล้วก็ใส่ผักกาดดองลงไป คนพอเข้ากัน ชิมรสตามชอบ แล้วปิดฝาหม้อตุ๋นไฟอ่อนสุดประมาณ 45-60 นาที หรือจนกระดูกหมูเปื่อยดีค่ะ เรียบร้อยแล้วค่ะ ง่ายดีเนาะ

Wednesday, July 15, 2009

กุ้งผัดขิง : Stir-Fried Prawns with Ginger

อาหารจานนี้ดัดแปลงมาจากสูตรที่มีในหนังสือค่ะ ตามสูตรเค้าปรุงรสแค่เกลือกับพริกไทยเอง ดูแล้วไม่น่าจะอร่อย แต่เห็นรูปแล้วน่ากินมากๆ เราเลยเอามาดัดแปลงนิดหน่อย อร่อยจนพูดไม่ออก อาจเพราะบร้ากุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยมั้งคะ เมนูนี้พ่อบ้านก็ปลื้มมากๆ ค่ะ เห็นซื้อกุ้งตัวโตๆ ทีไรเค้าจะบอกให้ทำเจ้านี่ให้กินทุกทีเลยค่ะ

เครื่องปรุงโดยประมาณ สำหรับรับประทาน 2 คน
  1. กุ้งตัวโตๆ 8 ตัว
  2. พริกไทยเม็ด 1 ชช.
  3. พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด
  4. กระเทียมสับละเอียด 1 ชต.
  5. ขิงสับละเอียด 2 ชต.
  6. น้ำมันพืช 2 ชต.
  7. น้ำซุป 2 ชต.
  8. ซีอิ๊วขาว 2 ชต.
  9. น้ำตาลทราย 1/4 ชช.
  10. ต้นหอมเล็กซอยละเอียด 2 ชต.
  11. พาร์สลีย์ซอยละเอียด 1 ชต.
วิธีทำ
ทำความสะอาดกุ้งแล้วผ่าหลังเอาเส้นดำออก ปอกเปลือกกระเทียมแล้วสับละเอียด พริกไทยโขลกละเอียด พริกชี้ฟ้าเอาไส้ออกแล้วสับละเอียด ขิงปอกเปลือกสับละเอียด ต้นหอมและพาร์สลีย์ซอยละเอียดเช่นกันค่ะ

นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียม พริกชี้ฟ้า และขิงลงไปผัดรวมกันพอส่งกลิ่นหอม ใส่กุ้งลงไป พอด้านล่างของกุ้งสุกเปลี่ยนสีแดงก็กลับด้านแล้วใส่น้ำซุปค่ะ

เมื่อกุ้งสุกแล้วก็ใส่พริกไทย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ ใส่ต้นหอมและพาร์สลีย์สับลงไปคนพอเข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่จานเสิร์ฟ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ค่ะ

Tuesday, July 14, 2009

สารบัญสูตรขนม








French Macarons
Chocolate macarons
Coconut macarons
Kiwi macarons
Strawberry macarons
Nectarine Macarons
Vanilla macarons
Poppy seed macarons
Redcurrent macarons
Black sesam macarons
Pistachio macarons
Peanut macarons
Matcha macarons
Apricot macarons
Blueberry macarons
Orange macarons
Hazelnut macarons
Fresh redcurrent macarons
White sesame macarons
Thai milk tea macarons











ขนมปัง
 ขนมปังฟักทองไส้คัสตาร์ด
 ขนมปังเฮเซลนัท (hazelnut bread filling)
ขนมปังชีส
ขนมปังมันฝรั่งไส้ไก่
ขนมปังแซนด์วิช (sandwich bread)
บาเก็ตต์สูตรเร่งรัด (quick baguette)
ขนมปังเปลือกกรอบ (Kaiserbrötchen)
ขนมปังฝรั่งเศส (บาเก็ตต์)
ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน (Berliner Schrippen)
ขนมปังนิ่มนานสูตรหน่อง
ซินนามอนโรลหน้าครัมพ์
ขนมปังพุดดิ้งลูกเกด
ขนมปังนิ่มๆ สูตรคุณหญิงกาน
แอ๊บเปิ้ลซินนามอนโรล










ขนมไทย

ขนมบ้าบิ่น
กะหรี่พัฟ
ไข่นกกระทา
ข้าวเหนียวมะม่วง
ข้าวต้มผัด
ฟักทองเชื่อม
กล้วยไข่ทอด
ฟักทองแกงบวด
นางเล็ด
มันสำปะหลังเชื่อม
สังขยาฟักทอง
ขนมชั้น
รวมมิตร ทับทิมกรอบ
สาคูถั่วดำ
ขนมฟักทอง
ขนมครกม้วน
บัวลอยทรงเครื่อง










ของว่างนานาชาติ
ครีมบรูเล่
เพรทเซลเยอรมัน
ถั่วกรอบแก้ว 
ซาลาเปา
แยมเบอรี่
คาราเมลคัสตาร์ด
บัตเตอร์มิลค์วาฟเฟิล
โดนัทคล้ายคริสปี้ครีม
ช็อคบอล
แพนเค้ก
แบร์ลีนเนอร์ สูตร 2
โดรายากิ
บาบาน่าสทรูเดล
แบร์ลีนเนอร์ สูตร 1
ไดฟุกุ










คุ๊กกี้
บิสกิตสอดไส้ช็อคโกแล็ต
อัลมอนด์บอล
คุ๊กกี้อัลมอนด์คาราเมล
คุ๊กกี้ลินเซอร์
คุ๊กกี้ช็อคโกแล็ตชิป
คุ๊กกี้แอ๊บเปิ้ล
คุ๊กกี้บราวนี่
คุ๊กกี้คอร์นเฟล็ก
คุ๊กกี้กาแฟ
คุ๊กกี้แฟนซี
คุ๊กกี้คริสต์มาส










ชีสเค้ก
บลูเบอรี่ชีสเค้ก
นิวยอร์คชีสเค้ก
บราวนี่ชีสเค้ก
สตรอว์เบอรี่สเวิร์ลชีสเค้ก
ชีสเค้กม้าลาย
ชีสเค้กสตรอว์เบอรี่-มะม่วง
เลมอนเคิร์ดชีสเค้ก
ชีสเค้กมะม่วง
ชีสเค้กญี่ปุ่น 2 สูตร
ชีสเค้กหน้าผลไม้
ชีสเค้กหน้าส้ม










พาย ทาร์ต
ทาร์ตเคิร์ดมะนาว-ส้ม
ทาร์ตป๊อปปี้ซี้ด
พายฟักทอง
พายแอ๊บเปิ้ล










มัฟฟิน
มัฟฟินช็อคโกแล็ต สูตร 2
มัฟฟินส้ม-สับปะรด
ช็อคโกแล็ตมัฟฟิน
บลูเบอรี่มัฟฟิน
มิกซ์เบอรี่สตรอยเซลมัฟฟิน
เนคทารีนคัพเค้ก
มัฟฟินกล้วยหอม
ดูโอเบอรี่มัฟฟิน











มูสเค้ก
มูสส้ม
มูสแอพริคอทราสพ์เบอรี่
มูสสตรอว์เบอรี่โยเกิร์ต
มูสมะม่วง
มูสสตรอว์เบอรี่











เรื่องเค้กๆ
เค้กทีรามิสุ
เค้กครีมราสพ์เบอรี่
เค้กชิฟฟอนกล้วยหอม
เค้กกล้วยหอม
เค้กแครอท
เค้กแบล็คฟอร์เรสต์
เค้กกล้วยหอม
เค้กลูกพลัมสตรอยเซล
เค้กวานิลาโยเกิร์ตมะนาว
เค้กแอ๊บเปิ้ลสตรอยเซล
เค้กเนยสด
Nectarine upside down cake
Sacher Torte
เค้กสตรอว์เบอรี่พุดดิ้ง
คริสต์มาสฟรุ๊ตเค้ก
Battenburg cake
ลินเซอร์ทอร์เทอร์
เค้กชิฟฟอน 3 รส
เค้กแอ๊บเปิ้ล
เค้กลายหินอ่อน
pineapple upside down cake
เค้กลูกแพร์
เค้กหน้าผลไม้
เค้กซาวครีมบลูเบอรี่
เค้กมาม่อน
เค้กลูกพลัม
เค้กรูบาร์บ










ม้วนหางสิลูก
ครีมโรลแอพริคอท
ครีมโรลส้มลายจุด
ชิฟฟ่อนโรลกาแฟ
ครีมโรลชาเขียว
ครีมโรลมะม่วง
เค้กโรลช็อค-กล้วยหอม










เพสทรี
Nussplunder
เดนิชแอ๊บเปิ้ลลูกเกด
ครัวซองสูตร 2 วัน 1 คืน
เดนิชพุดดิ้ง
ครัวซองสูตร 3 ชั่วโมง
ครีมพัฟ
พัฟแอ๊บเปิ้ล
แอ๊บเปิ้ลสทรูเดล

ไก่ทอดซอสมะขาม : fried chicken in tamarind sauce

อาการนึกไม่ออกว่าวันนี้จะทำอะไรกินดีเนี่ยมีใครเคยเป็นมั่งมั้ยคะ เราเป็นบ่อยมากๆ เกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ ทั้งที่ตำราอาหารกองจะท่วมหัวแล้วแต่บางครั้งมันไม่รู้สึกว่าอยากกินอะไรเลย สุดท้ายก็ทำแต่อะไรเดิมๆ ง่ายๆ ที่เคยทำกินประจำอยู่ร่ำไปค่ะ ในขณะเดียวกันอารมณ์แบบจะกินอะไรก็ให้พรหมลิขิตพาไปแล้วกันนะก็มีมาเรื่อยๆ เหมือนกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวานนี้เอง ถามคนที่บ้านว่าเย็นนี้อยากกินอะไร เค้าก็ได้แต่บอกไม่รู้ๆ เราเองก็นึกไม่ออกเหมือนกัน นั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าจะทำไรกินดี

สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำก็ยังตัดสินใจไม่ได้ เดินเข้าครัว เห็นมีอกไก่อยู่ในตู้เย็นก็หยิบออกมา กะทำข้าวหน้าไก่เพราะไม่ได้กินมานานแล้ว เสร็จแล้วก็หั่นๆ พอหั่นเสร็จแล้วไหงมันรู้สึกว่าไม่อยากกินข้าวหน้าไก่เอาซะเลยล่ะเนี่ย ก็เปลี่ยนใจทำไก่ผัดพริกแกงดีกว่า เอาใบมะกรูดออกมาล้าง พอกำลังจะซอยก็เปลี่ยนใจอีก ไม่เอาแล้ว ทำไก่ทอดซอสมะขามแทนแล้วกัน ครั้งนี้แน่วแน่ค่ะ นำมะขามเปียกแช่น้ำร้อนคั้นน้ำมาได้ ลงมือทำไก่ทอดซอสมะขามแบบไม่วอกแวกอีกเลย 55

เครื่องปรุง สำหรับรับประทาน 2 คน
  1. อกไก่ 200 กรัม
  2. พริกไทยป่น เกลือ
  3. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ชต.
  4. น้ำมันพืช 3 ชต.
  5. น้ำมะขามเปียกคั้นข้นๆ 1/3 ถ.
  6. น้ำปลา 3 ชต.
  7. น้ำตาลปี๊บ/ปึก 1 1/2 ชต.
  8. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด
  9. พริกแห้งทอด
  10. ใบมะกรูด 2-3 ใบ
วิธีทำ
หั่นอกไก่เป็นชิ้น ใส่เกลือและพริกไทยอย่างละนิดคลุกให้เข้ากัน นำกระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป คลุกไก่ที่หั่นไว้กับแป้งสาลีบางๆ แล้วนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ จนสีสวย ทอดไม่นานนะคะ แค่ไก่มีสีสวยก็พอ ทอดนานไปเดี๋ยวจะแข็งเกินไปไม่อร่อย เสร็จแล้วก็ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมันค่ะ

ทอดไก่เสร็จแล้วก็มาทำซอสมาขามกันค่ะ โดยใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปี๊บลงในกระทะ คนนจนน้ำตาลละลายหมด ชิมรสตามชอบ เคี่ยวต่อประมาณ 2 นาทีจนเป็นซอสเหนียวดีค่ะ ใส่ไก่ที่ทอดไว้ลงไปคนให้เข้ากันซอส ตามด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และใบมะกรูดฉีก คน 2-3 ครั้งแล้วปิดไฟ ตักใส่จานเสิร์ฟ แล้วโรยพริกแห้งทอดค่ะ


Saturday, July 11, 2009

ข้าวราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่น : Kare Raisu

ในบรรดาเคอรี่ทั้งหลายเนี่ย นอกจากแกงมัสมั่นซึ่งเป็นของโปรดแล้วเราก็ชอบแกงกะหรี่ญี่ปุ่นมากไม่แพ้กันค่ะ จริงๆ รสชาติมันก็คล้ายๆ กันเนอะ แต่แกงกะหรี่ญี่ปุ่นรสชาติจะนุ่มนวลและออกหวานหน่อยๆ ไม่ค่อยฉุนจัดจ้านเหมือนแกงมัสมั่น ส่วนผสมต่างๆ ก็สามารถเลือกใส่ได้ตามชอบ ประยุกต์ได้ตามรสปากของแต่ละคนเลยค่ะ

เครื่องปรุง
  • อกไก่/เนื้อวัว/เนื้อหมู/เนื้อแกะ 300 g (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ)
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • แครอท 1 หัว
  • แอ๊บเปิ้ล 1/2 ลูก
  • พริกหวานสีแดง 1/2 ลูก
  • มันฝรั่ง 200 กรัม
  • น้ำมันพืช 1-2 ชต.
  • น้ำสะอาด 650 มล.
  • เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น 60 กรัม (ของเรากล่องนึงหนัก 100 กรัม มี 5 ก้อน เราใช้ 3 ก้อนค่ะ)
หมายเหตุ พวกผักผลไม้เนี่ยประยุกต์ได้ตามใจชอบนะคะ ชอบอะไรเป็นพิเศษก็ใส่มากหน่อย ส่วนที่ไม่ชอบก็ลดปริมาณลงหรือตัดออกไปก็ได้ตามใจพ่อครัวแม่ครัวลูกครัวเลยค่ะ

วิธีทำ
หั่นเนื้อเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกูลาช ปอกหอมหัวใหญ่ แครอทและมันฝรั่งแล้วหั่นเต๋าใหญ่ ปอกแอ๊บเปิ้ลแล้วหั่นเป็นเต๋าเล็กๆ หั่นพริกหวานเป็นเส้นหนาประมาณ 1/2 ซม. ค่ะ

นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำพืชลงไป พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อที่หั่นไว้ลงทอดจนสีสวยทุกด้าน ใช้เวลาทอดประมาณ 3 นาทีค่ะ จากนั้นก็ตักเนื้อออกใส่หม้อสำหรับตุ๋นค่ะ

ใส่ผักทุกอย่างที่หั่นไว้ในกระทะ ผัดประมาณ 2 นาที แล้วจึงใส่แอ๊บเปิ้ล คนพอเข้ากันก็เทใส่หม้อที่ใส่เนื้อไว้แล้ว นำหม้อตั้งไฟกลาง เติมน้ำสะอาดลงไป ปิดฝาหม้อต้มจนเดือดก็ลดเหลือไฟอ่อนสุด ต้มต่อประมาณ 30-45 นาทีให้เนื้อนิ่ม

จากนั้นเปิดฝาหม้อ หักก้อนเครื่องแกงเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ลงในหม้อแกง คนตลอดเวลาจนเครื่องแกงละลายหมด ตุ๋นไฟอ่อนต่ออีกประมาณ 5 นาที อย่าลืมคนเป็นครั้งคราวด้วยค่ะ

ตักข้าวสวยใส่จานแล้วตักแกงกะหรี่ราดลงบนข้าว เสิร์ฟร้อนๆ ถึงจะอร่อยค่ะ และถ้าอยากให้อร่อยยิ่งขึ้นก็แกงไว้ตอนเช้าแล้วอุ่นกินตอนเย็น หรือแกงตอนเย็นแล้วอุ่นกินตอนเช้า รสชาติแกงจะเข้มข้นขึ้นกว่าตอนทำเสร็จใหม่ๆ เยอะเลยค่ะ

เพื่อนๆ ลองทำดูนะคะเผื่อจะชอบกัน แกงที่ทำง่ายกว่านี้น่าจะไม่มีแล้วค่ะ อ้อ.. หากใครชอบทานหวานกว่านี้ก็ให้หั่นกล้วยหอมสัก 1/2 ลูกใส่ต้มรวมกันด้วยนะคะ แต่เราว่าแค่นี้หวานกำลังดีค่ะ